การบริหารจัดการความเสี่ยง
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
ความมุ่งมั่น
- ดำเนินธุรกิจภายใต้ระบบการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
- พัฒนาและปรับปรุงกระบวนการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ
- ส่งเสริมวัฒนธรรมการตระหนักรู้ด้านความเสี่ยง (Risk Awareness) ในทุกระดับขององค์กร

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย
- จัดให้มีระบบและกระบวนการบริหารความเสี่ยงที่ครอบคลุมความเสี่ยงที่สำคัญขององค์กร
- ลดโอกาสและผลกระทบจากความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและชื่อเสียงของบริษัท
- เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียผ่านการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ
ผลการดำเนินงานในปี 2568
บริษัทฯ มีการทบทวนและประเมินความเสี่ยงที่สำคัญขององค์กรเป็นประจำทุกปี พร้อมกำหนดมาตรการควบคุมและแผนบริหารจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม
มีการติดตามและรายงานผลการบริหารความเสี่ยงต่อคณะกรรมการและผู้บริหารอย่างต่อเนื่อง
สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงที่สำคัญให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างมีเสถียรภาพ
ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ
บริษัทฯ ตระหนักว่าการดำเนินธุรกิจค้าปลีกและการบริหารแบรนด์ไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันต้องเผชิญกับความท้าทายจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกองค์กร เช่น การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค สภาวะเศรษฐกิจ การแข่งขันในอุตสาหกรรม การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี รวมถึงข้อกำหนดด้านกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ
บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงองค์กร (Enterprise Risk Management) เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจและการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพช่วยให้บริษัทสามารถคาดการณ์เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ลดผลกระทบที่อาจส่งผลต่อการดำเนินงาน และสามารถใช้ประโยชน์จากโอกาสทางธุรกิจที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม
แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า
โครงสร้างการบริหารความเสี่ยง
บริษัทฯ ได้กำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลด้านการบริหารความเสี่ยงอย่างชัดเจนและเป็นอิสระจากฝ่ายจัดการโดยคณะทำงานด้านการบริหารความเสี่ยงจะขึ้นตรงต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงเพื่อให้การบริหารความเสี่ยงมีประสิทธิภาพและครอบคลุมทั่วทั้งองค์กร โดยมีโครงสร้างหลักดังนี้

คณะกรรมการบริษัท
มีหน้าที่กำกับดูแลนโยบายและกรอบการบริหารความเสี่ยงขององค์กร ติดตามความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจของบริษัทและความเสี่ยงด้าน ESG และความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงติดตามผลการปฏิบัติงานตามจรรยาบรรณธุรกิจ
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
ทำหน้าที่กำหนดกรอบและแนวทางการบริหารความเสี่ยง พิจารณาแผนบริหารความเสี่ยง ติดตามผลการดำเนินงาน และรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท
คณะทำงานด้านการบริหารความเสี่ยง
รายงานตรงต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง โดยมีหน้าที่รับผิดชอบติดตามการดำเนินงานด้านการบริหารความเสี่ยงขององค์กรอย่างต่อเนื่อง ติดตามเพื่อให้มั่นใจว่าหน่วยงานและพนักงานภายในองค์กรมีแนวปฏิบัติที่สอดคล้องตามกระบวนการบริหารความเสี่ยงขององค์กรอย่างเป็นมาตรฐานเดียวกันตลอดทั้งองค์กรอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ คณะทำงานฯ ยังรับผิดชอบรวบรวมข้อมูลความเสี่ยงจากหน่วยงานต่างๆ ติดตามการดำเนินมาตรการบริหารความเสี่ยง และรายงานผลต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ
นอกจากนี้ ผู้บริหารและพนักงานทุกระดับยังมีบทบาทเป็น Risk Owner ในการระบุและบริหารความเสี่ยงในหน่วยงานของตนเอง มีการกำหนดหัวข้อความเสี่ยงเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผลการดำเนินงาน เช่น ความเสี่ยงด้านไซเบอร์ ความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัย เป็นต้น รวมถึงมีการส่งเสริมและสร้างวัฒนธรรมการตระหนักรู้ด้านความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร
แนวทางการบริหารความเสี่ยง
บริษัทฯ นำหลักการบริหารความเสี่ยงองค์กรตามแนวทาง COSO ERM มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการวางแผนธุรกิจ การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ และการดำเนินงานในทุกระดับขององค์กร เพื่อให้สามารถบริหารความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้และสนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว
กระบวนการบริหารความเสี่ยงมีขั้นตอน ดังนี้
การระบุความเสี่ยง
ที่รวมถึงความเสี่ยงด้าน ESG และควมเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การประเมินความเสี่ยง
โดยพิจารณาความน่าจะเป็นและผลกระทบของความเสี่ยง
การกำหนดมาตรการจัดการความเสี่ยง
การติดตามและรายงานผลการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
การตรวจสอบภายใน
บริษัทใช้บริการบริษัทธรรมนิติเป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบภายใน โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของฝ่ายตรวจสอบภายในของบริษัท ซึ่งขึ้นตรงกับคณะกรรมการตรวจสอบ สำหรับรายงานการตรวจสอบภายในจะถูกนำเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบ และ CEO ให้รับทราบผลการตรวจสอบภายใน ทั้งนี้ หากพบข้อที่ควรปรับปรุง ฝ่ายจัดการจะพิจารณาทบทวนแนวทางการปฏิบัติงาน และติดตามการดำเนินการแก้ไขโดยฝ่ายตรวจสอบภายในเพื่อให้มั่นใจว่ามีการควบคุมภายในที่เพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท สำหรับปี 2569 นี้ บริษัทมีแผนการตรวจสอบภายในที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการตรวจสอบทั้งหมด 5 การตรวจสอบ
นอกจากนี้ บริษัทยังได้จัดทำแบบประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในประจำปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความเห็นเกี่ยวกับความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในของบริษัท ตามแบบประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในที่สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ได้พัฒนาขึ้น ทั้งนี้ จากผลการประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในประจำปี 2568 บริษัทมีระบบการควบคุมภายในที่ครอบคลุมองค์ประกอบหลักทั้ง 5 ด้าน และมีการกำหนดกลไกควบคุมที่เหมาะสมกับลักษณะและขนาดของธุรกิจ
แผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP / BCM)

บริษัทจัดทำแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management: BCM) และ แผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan: BCP)
เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ เช่น ภัยพิบัติ เหตุฉุกเฉิน หรือเหตุการณ์ที่อาจทำให้การดำเนินงานหยุดชะงัก
แผนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อ
- เตรียมความพร้อมขององค์กรในการรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิด
- ลดผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและผู้มีส่วนได้เสีย
- รักษาความต่อเนื่องของกระบวนการดำเนินงานที่สำคัญขององค์กร
โดยบริษัทได้กำหนดแนวทางและมาตรการรองรับสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ รวมถึงมีการทบทวนและปรับปรุงแผนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แนวทางการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรด้านความเสี่ยง
บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างวัฒนธรรมองค์กรด้านความเสี่ยง (Risk Culture) ทั่วทั้งองค์กร
ตั้งแต่การบูรณาการแนวคิดด้านการบริหารความเสี่ยงเข้าเป็นส่วนหนึ่งของค่านิยมองค์กรที่ผู้บริหารและพนักงานทุกคนต้องตระหนักถึง สามารถคาดการณ์สถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต และเตรียมแนวทางรับมืออย่างเหมาะสม เพื่อลดผลกระทบเชิงลบต่อธุรกิจและรักษาความสามารถในการส่งมอบไลฟ์สไตล์และประสบการณ์ที่พิเศษแก่ลูกค้า รวมถึงสร้างคุณค่าต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม มากไปกว่านั้น บริษัทยังผสานแนวคิดด้านการบริหารความเสี่ยงเข้ากับกระบวนการดำเนินงานในทุกระดับ เปิดโอกาสให้ผู้บริหารและพนักงานมีส่วนร่วมในการระบุและจัดการความเสี่ยง รวมถึงสนับสนุนการเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บริษัทสามารถรับมือกับความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ รักษาความสามารถในการแข่งขันและเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน บริษัทมีแนวปฏิบัติที่ส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร ดังนี้
เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงถูกบูรณาการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ โดยมีแนวทางดังต่อไปนี้
-
เปิดโอกาสให้คณะกรรมการอิสระสามารถเสนอความคิดเห็นได้อย่างอิสระ
บริษัทสนับสนุนให้คณะกรรมการอิสระสามารถแสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้บริษัทได้รับข้อมูลอย่างรอบด้านสำหรับการตัดสินใจทางธุรกิจ
-
การบริหารความเสี่ยงด้านค่าเงินในการนำเข้าสินค้า
การนำเข้าสินค้าจะมีการประเมินและบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง โดยมีการทบทวนต้นทุนและผลกำไรให้เป็นไปตามนโยบายของบริษัท รวมถึงติดตามแนวโน้มค่าเงินเพื่อสามารถปรับกลยุทธ์ได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที
-
การพิจารณาความเสี่ยงเมื่อนำสินค้าแบรนด์ใหม่เข้ามาจำหน่าย
คณะกรรมการพิจารณาแบรนด์ (Brand Committee) จะวิเคราะห์ความเสี่ยงและโอกาสของแบรนด์ใหม่ โดยพิจารณาปัจจัยด้านตลาด การแข่งขัน และพฤติกรรมผู้บริโภค พร้อมจัดทำแผนดำเนินงานที่เหมาะสมเพื่อนำเสนอต่อแบรนด์ต่างๆ และด้วยการวางแผนที่รอบคอบและชัดเจนส่งผลให้บริษัทได้รับความสนใจจากแบรนด์ต่างๆ ให้เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าของแบรนด์นั้นๆ ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
-
การติดตามผลการดำเนินงานของโครงการต่างๆ
บริษัทติดตามผลการดำเนินงานของโครงการต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ เป็นประจำทุก 6 เดือนเพื่อประเมินความก้าวหน้าและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ หากมีเหตุการณ์เร่งด่วนเกิดขึ้น จะมีการปรับแผนอย่างเหมาะสมและให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง
-
การผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอย่างเหมาะสม
บริษัทกำหนดให้มีการผลิตและนำเข้าสินค้าในปริมาณที่เหมาะสม พร้อมวางแผนกระจายสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เพื่อลดโอกาสการเกิดของเสียจากสินค้าค้างสต็อกและลดต้นทุนสะสมจากการมีปริมาณสินค้าคงคลังมากเกินความจำเป็น
บริษัทธนจิรามุ่งเน้นให้ผู้บริหารและพนักงานทุกระดับได้รับการพัฒนาความรู้ด้านการบริหารความเสี่ยง ผ่านการอบรมและกิจกรรมต่างๆ เช่น
-
การอบรมด้านการบริหารความเสี่ยง ESG
บริษัทสนับสนุนให้คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน เข้าร่วมหลักสูตร “การบริหารความเสี่ยง ESG” ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อให้เข้าใจถึงความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ซึ่งจะช่วยให้สามารถป้องกันและบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-
การปลูกฝังแนวคิดความเสี่ยงในกระบวนการทำงานให้แก่ผู้บริหารและพนักงาน
มีการสื่อสารและอบรมให้พนักงานเข้าใจถึงความสำคัญของการระบุและบริหารความเสี่ยงในทุกกระบวนการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นด้านการจัดการสินค้า การบริการลูกค้า หรือการดำเนินงานภายในองค์กร
-
การสร้างระบบแจ้งเตือนความเสี่ยงและช่องทางรับเรื่องร้องเรียน
บริษัทมีระบบแจ้งเตือนความเสี่ยงล่วงหน้า และเปิดช่องทางให้พนักงานสามารถแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับความเสี่ยงที่พบโดยไม่ต้องกังวลถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
เพื่อให้บริษัทสามารถแข่งขันและเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว บริษัทธนจิราดำเนินมาตรการปรับตัวต่อแนวโน้มที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เช่น
-
การคัดเลือกแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน
เนื่องจากแนวโน้มพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสินค้าและแบรนด์ที่มีแนวทางการบริหารด้านยั่งยืนมากขึ้น บริษัทจึงคำนึงถึงวัสดุที่ใช้ แหล่งที่มา และกระบวนการผลิตของแบรนด์ที่นำเข้ามาจำหน่าย เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า
-
การบริหารความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน
บริษัทวางแผนรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการขนส่ง เช่น การล่าช้าจากภัยธรรมชาติ การขาดแคลนวัตถุดิบ หรือการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของประเทศต้นทาง โดยมีมาตรการสำรองเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องไม่หยุดชะงัก รวมถึงการประเมินความเสี่ยงที่รวมถึงความเสี่ยงด้าน ESG ของคู่ค้า
-
การปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาด
บริษัทติดตามแนวโน้มตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถปรับกลยุทธ์การขายและการตลาดให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า