การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
SDGs 4: การศึกษาที่มีคุณภาพ SDGs 5: ความเท่าเทียมทางเพศ SDGs 8: งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ความมุ่งมั่น

  • มุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจค้าปลีกแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ พร้อมรองรับการเติบโตของบริษัท
  • ส่งเสริมการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม ความคิดสร้างสรรค์ และการให้บริการลูกค้าอย่างมืออาชีพ
  • ดูแลสวัสดิการและสภาพแวดล้อมการทำงานที่เหมาะสม เพื่อสร้างความผูกพันและแรงจูงใจในการทำงานของพนักงาน

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

เป้าหมาย
  • พัฒนาทักษะและความสามารถของบุคลากรให้สอดคล้องกับบทบาทหน้าที่และเป้าหมายขององค์กร
  • ส่งเสริมการฝึกอบรมและการพัฒนาทักษะในด้านการขาย การบริการลูกค้า และการบริหารจัดการ
  • พัฒนาระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพและเป็นธรรม
  • สร้างโอกาสในการเติบโตในสายอาชีพและพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ภายในองค์กร
ผลการดำเนินงานในปี 2568

จัดโครงการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะบุคลากรทั้งในด้านการขาย การบริการ และการพัฒนาศักยภาพการทำงาน

ปรับปรุงระบบการบริหารทรัพยากรบุคคล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามและพัฒนาศักยภาพของพนักงาน

จัดกิจกรรมเสริมสร้างความผูกพันของพนักงานและส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กร

สนับสนุนการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะใหม่ ๆ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจและตลาดแรงงาน

ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ

ความท้าทาย
  • การพัฒนาทักษะของบุคลากรให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและรูปแบบการทำงาน
  • การรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพและสร้างแรงจูงใจในการทำงานระยะยาว
  • การสร้างความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพการทำงานและคุณภาพชีวิตของพนักงาน
โอกาสทางธุรกิจ
  • การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล
  • การสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ภายในองค์กรเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง
  • การพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่เพื่อรองรับการเติบโตขององค์กรในอนาคต

แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า

การบริหารจัดการบุคลากร
แนวทางการบริหารบุคลากรตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาเป็นพนักงานจนวันสุดท้าย (ลาออก หรือ เกษียณ)
การประเมินความเสี่ยงด้านบุคลากร (ผลการประเมินความเสี่ยง และ แนวทางป้องกันความเสี่ยง)

บริษัทประเมินความเสี่ยงด้านบุคลากรอย่างครอบคลุมทุกกิจกรรมในห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ซึ่งครอบคลุมทั้งประเด็นด้านมาตรฐานแรงงาน สุขอนามัยและความปลอดภัย การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน และประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรในองค์กร

จากผลการประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment Results) พบประเด็นสำคัญด้านสิทธิแรงงาน เช่น การบาดเจ็บ/การเจ็บป่วยของพนักงาน จากสภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่เหมาะสม และ จำนวนชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานเกินไป การเลือกปฏิบัติอันเนื่องมาจากความสัมพันธ์หรือทัศนคติส่วนบุคคลซึ่งอาจส่งผลต่อการปฏิบัติงาน เป็นต้น

ซึ่งบริษัท ได้กำหนดแนวทางป้องกันและการบรรเทาผลกระทบ (Mitigation Measures) อย่างเป็นรูปธรรม เช่น การกำหนดนโยบายและแนวทางที่เกี่ยวข้องกับประเด็นความเสี่ยงต่างๆ ที่พนักงานต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด การสื่อสารและอบรมเพื่อให้ตระหนักถึงความเสี่ยงนั้นๆ เป็นต้น

ทั้งนี้ กระบวนการประเมินและมาตรการดังกล่าวได้รับการพิจารณาและกำกับดูแลภายใต้กรอบการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนของกลุ่มบริษัท สามารถศึกษาผลการประเมินโดยละเอียด รายการความเสี่ยงที่ระบุ และกระบวนการเยียวยาเพิ่มเติมได้ที่หัวข้อ “สิทธิมนุษยชน”

การสรรหาและคัดเลือกบุคลากร

บริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการสรรหาและคัดเลือกบุคลากรอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และเปิดโอกาสอย่างเท่าเทียม โดยยึดหลักความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการไม่เลือกปฏิบัติ (Diversity, Equity and Inclusion: DE&I) เพื่อให้ได้บุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ ทักษะ และศักยภาพที่เหมาะสมกับตำแหน่งงาน ตลอดจนมีค่านิยมและทัศนคติที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กร พร้อมเติบโตและสร้างคุณค่าให้แก่องค์กรในระยะยาว

หลักการสรรหาบุคลากร

บริษัทฯ มุ่งมั่นในการสรรหา รวมถึงสร้างโอกาสสำหรับบุคลากรต่างๆ ให้สามารถเข้าถึงการจ้างงานอย่างเท่าเทียมแก่ผู้สมัครทุกคน ทั้งนี้ บริษัทฯ พิจารณาคัดเลือกบุคลากรด้วยความเป็นธรรม โปร่งใส จากคุณสมบัติ ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และศักยภาพที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานเป็นสำคัญ โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ อายุ เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา ความพิการ สถานภาพสมรส ความคิดเห็นทางการเมือง หรือปัจจัยส่วนบุคคลอื่นใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน และอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้บุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และมีค่านิยมที่สอดคล้องกับองค์กร

บริษัทฯ ดำเนินการสรรหาบุคลากรผ่านช่องทางที่หลากหลาย เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้สมัครที่มีศักยภาพ ได้แก่

  • เว็บไซต์ของบริษัทฯ
  • ฐานข้อมูลผู้สมัครของฝ่ายทรัพยากรบุคคล
  • สื่อสังคมออนไลน์
  • เว็บไซต์จัดหางานชั้นนำ
  • ช่องทางการสรรหาอื่น ๆ ที่เหมาะสมกับลักษณะของตำแหน่งงาน

โดยการใช้ช่องทางการสรรหาที่หลากหลายนี้ สนับสนุนให้บริษัทฯ สามารถเข้าถึงบุคลากรที่มีความสามารถ มีประสบการณ์ที่หลากหลาย ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้การทำงานภายในองค์กรมีประสิทธิภายมากยิ่งขึ้น

กระบวนการสรรหาพนักงาน
  1. การวางแผนและขอกำลังคน

    • การจัดทำงบประมาณ: หน่วยงานจะส่งคำขออนุมัติอัตรากำลังเพิ่ม พร้อมเหตุผลความจำเป็นต่อฝ่ายบริหารและ HR เพื่อบรรจุเข้าเป็นงบประมาณประจำปี
    • การเชื่อมโยงกับแผนสืบทอดตำแหน่ง: การรับพนักงานใหม่จะพิจารณาควบคู่ไปกับแผนการสืบทอดตำแหน่ง (Succession Planning) เพื่อสร้างความยั่งยืน
    • การกำหนดคุณสมบัติ: หน่วยงานที่ต้องการกำลังคนต้องระบุความรู้ ความสามารถ และศักยภาพที่ต้องการ เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาที่ได้มาตรฐานเดียวกัน
  2. การพิจารณาพนักงานภายใน

    บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาบุคลากรและส่งเสริมการเติบโตจากภายในก่อนการพิจารณาสรรหาบุคลากรจากภายนอก โดยมีแนวทางดังนี้:

    • การเลื่อนตำแหน่งภายใน : เปิดโอกาสให้พนักงานที่มีศักยภาพ (High Potential) เติบโตในสายอาชีพตาม Career Path ที่วางไว้
    • กระบวนการ: จะมีการจัดทำแผนพัฒนารายบุคคล เพื่อเตรียมความพร้อมพนักงานสำหรับการโยกย้ายหรือเลื่อนตำแหน่ง
  3. การสรรหาและคัดเลือกบุคลากรจากภายนอก

    หลักการสรรหาและคัดเลือก

    • ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน
    • ไม่เลือกปฏิบัติ
    • เคารพสิทธิมนุษยชน
    • เคารพข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
    • ใช้หลัก Equal Opportunity

    กระบวนการคัดเลือก

    บริษัทฯ ดำเนินการคัดเลือกบุคลากรอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และเป็นธรรม โดยพิจารณาจากความสามารถและความเหมาะสมกับตำแหน่งงานเป็นหลัก ซึ่งอาจประกอบด้วย

    • การคัดกรองคุณสมบัติและประสบการณ์จากใบสมัคร
    • การสัมภาษณ์โดยฝ่ายทรัพยากรบุคคลและผู้บริหารสายงานด้วยมาตรฐานการสัมภาษณ์เดียวกันสำหรับผู้สมัครในตำแหน่งเดียวกัน เพื่อความยุติธรรม
    • การประเมินความรู้ ทักษะ ความสามารถ และสมรรถนะที่จำเป็นรวมถึงสอดคล้องต่อตำแหน่งงาน หน้าที่และความรับผิดชอบ ผ่านแบบทดสอบของบริษัทฯ และ/หรือแบบทดสอบเฉพาะตำแหน่ง
    • การตรวจสอบข้อมูลและประวัติของผู้สมัครถึงความเหมาะสมสำหรับตำแหน่งงาน รวมถึงการตรวจสอบอื่นๆ ที่สอดคล้องและเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

    ทั้งนี้ ผู้สมัครทุกคนจะได้รับการประเมินภายใต้หลักเกณฑ์เดียวกันตามคุณสมบัติของตำแหน่งงาน เพื่อให้มั่นใจว่าการตัดสินใจจ้างงานเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสามารถ (Merit-based Recruitment)

    การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัคร

    บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงาน โดยข้อมูลที่ได้รับจะถูกเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และจัดเก็บตามวัตถุประสงค์ของการสรรหาและคัดเลือกบุคลากร ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง และมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของบริษัทฯ

  4. การเสนอจ้างและการทำสัญญา

    • แจ้งรายละเอียดงาน: อธิบายตำแหน่งงาน ค่าตอบแทน สวัสดิการ และเงื่อนไขการจ้างงานอย่างชัดเจน
    • การจัดทำเอกสาร: จัดเตรียมสัญญาจ้างและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน
  5. การเตรียมตัวก่อนเริ่มงาน

    • การจัดเตรียมระบบ: จัดเตรียมอุปกรณ์การทำงาน และระบบไอทีต่าง ๆ ที่จำเป็นให้พร้อม
    • ระบบพี่เลี้ยง: แต่งตั้ง Buddy หรือ Mentor เพื่อช่วยแนะนำสถานที่และวัฒนธรรมองค์กร (หากเหมาะสมตามตำแหน่งงาน)
ประเภทการจ้างงาน

บริษัทฯ มีการจ้างงานที่สอดคล้องกับลักษณะของงานและความจำเป็นทางธุรกิจ โดยแบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้

  1. พนักงานประจำ (Permanent Employee)

    พนักงานที่ผ่านกระบวนการสรรหา ได้รับการพิจารณาเข้าทดลองงาน และผ่านการประเมินผลจนได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำของบริษัทฯ

  2. พนักงานชั่วคราว (Temporary Employee)

    พนักงานที่ได้รับการว่าจ้างเพื่อปฏิบัติงานตามความจำเป็นของธุรกิจในระยะเวลาหนึ่ง โดยมีรูปแบบและเงื่อนไขการจ้างงานเป็นไปตามกฎหมายแรงงานและข้อกำหนดของบริษัทฯ

  3. พนักงานสัญญาจ้าง (Contract Employee)

    พนักงานที่ได้รับการว่าจ้างเพื่อปฏิบัติงานตามระยะเวลาที่กำหนด หรือเพื่อดำเนินงานเฉพาะโครงการหรือภารกิจที่มีระยะเวลาสิ้นสุดชัดเจน โดยมีการจัดทำสัญญาจ้างเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่เริ่มการจ้างงาน

ความมุ่งมั่นของบริษัท

บริษัทฯ เชื่อว่าบุคลากรคือปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จ จึงมุ่งมั่นพัฒนากระบวนการสรรหาและคัดเลือกให้มีมาตรฐาน โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมถึงสนับสนุนความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกคน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทุกคนได้รับโอกาสอย่างเป็นธรรม และสามารถเติบโตร่วมกับองค์กรได้อย่างยั่งยืน

แนวทางการดูแลพนักงานตลอดการทำงาน (Employee Life Cycle)

บริษัทมุ่งมั่นในการดูแลพนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียม เป็นธรรม โปร่งใส และให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของพนักงานในทุกช่วงของการทำงาน ตั้งแต่การสรรหา การพัฒนา การดูแลสุขภาพและความปลอดภัย การเติบโตในสายอาชีพ ไปตลอดจนถึงการเกษียณอายุหรือการสิ้นสุดการจ้างงาน เพื่อให้ส่งมอบคุณค่าและประสบการณ์ชีวิตที่มีความหมายให้แก่พนักงานทุกคนตามพันธสัญญาด้านความยั่งยืนของบริษัทที่ว่า creating and delivering a meaningful lifestyle รวมถึงการสร้างความผูกพันระหว่างบริษัทและของพนักงานอีกด้วย

  1. การสรรหาและช่วงเริ่มต้นการทำงาน (Attraction to Probation)

    • การสรรหาและคัดเลือก (Attraction & Recruitment): ยึดหลักความเสมอภาคและไม่เลือกปฏิบัติ โดยพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ และศักยภาพที่เหมาะสมสอดคล้องกับตำแหน่งงานเป็นหลัก นอกจากนี้ บริษัทยังโดยมีการเสนอจ้างที่ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับค่าตอบแทนและสวัสดิการอย่างชัดเจนอีกด้วย
    • การปฐมนิเทศ (Onboarding): มุ่งเน้นการถ่ายทอดวิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยม รวมถึงแนวปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจและการต่อต้านการทุจริตรและคอร์รัปชันเพื่อส่งเสริมการกำกับดูแลกิจการที่ดีขององค์กร รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์ ระบบงาน ทั้งนี้ หลังจากได้รับการอบรมและสื่อสารถึงนโยบายและแนวปฏิบัติต่างๆ แล้วพนักงานจะต้องลงนามรับทราบ
    • ช่วงทดลองงาน (Probation): กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินผลตามมาตรฐานที่ได้มีการระบุไว้ก่อนหน้าและพิจารณาตัดสินการจ้างงานอย่างเป็นธรรม
  2. การพัฒนาศักยภาพและการเติบโตในสายอาชีพ (Development & Career Growth)

    • กลยุทธ์การพัฒนา: ครอบคลุมทั้ง Hard Skills, Soft Skills และทักษะสำคัญสำหรับการทำงาน อาทิอย่าง Digital และ AI โดยสนับสนุนให้มีทั้งการจัดอบรมภายในองค์กรและส่งพนักงานไปอบรมกับผุ้เชี่ยวชาญภายนอกองค์กร
    • การบริหารจัดการกลุ่มผู้มีศักยภาพ: ดำเนินการผ่าน Talent Management, Leadership Development และ Succession Planning เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับตำแหน่งงานสำคัญ
  3. การบริหารผลการปฏิบัติงานและค่าตอบแทน (Performance & Rewards)

    ระบบการวัดผลและผลประโยชน์ที่เชื่อมโยงกับความสำเร็จของงานและสอดคล้องกับตลาด:

    รายการ รายละเอียดการดำเนินการ
    การบริหารผลงาน กำหนด KPI และ Goal Setting, ทบทวนเป้าหมายระหว่างปี และให้ Feedback อย่างสม่ำเสมอ
    ค่าตอบแทน เงินเดือน, โบนัส, ค่าคอมมิชชั่น, Incentive, ค่าล่วงเวลา และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
    สวัสดิการ ประกันสุขภาพ, ประกันชีวิต, ประกันอุบัติเหตุ
  4. คุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และความผูกพัน (Well-being & Engagement)

    • สุขภาวะ (Health & Well-being): ครอบคลุมทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต
    • ความปลอดภัย (Health and Safety): มีการอบรมความปลอดภัย ซ้อมอพยพหนีไฟ และประเมินความเสี่ยงในสถานที่ทำงานอย่างเป็นระบบ
    • ความผูกพันพนักงาน (Employee Engagement): ใช้การสำรวจความผูกพัน (Survey) เพื่อรับทราบความคิดเห็นและความต้องการของพนักงาน รวมถึง, การสื่อสารสองทางผ่านผลการสำรวจผ่านอินทราเน็ตภายในและการจัด Town Hall
  5. ความหลากหลาย ความเท่าเทียม และหลักธรรมาภิบาล (DEI & Governance)

    • ส่งเสริมความหลากหลายในด้านต่างๆ ภายในองค์กร ทั้งทางเพศ และอายุ ลักษณะการทำงานและสวัสดิการต่างๆ บนพื้นฐานของการ เคารพสิทธิมนุษยชน และมีนโยบายป้องกันการล่วงละเมิดในสถานที่ทำงานอย่างเคร่งครัด
    • สวัสดิการที่ส่งเสริมความหลากหลาย อาทิ การจัดสรรวันหยุดและวันลาที่สอดคล้องกับลักษณะงานของพนักงานในแต่ละตำแหน่งหน้าที่และความรับผิดชอบ การให้อิสระในการแต่งกายแก่พนักงานโดยขอความร่วมมือให้เหมาะสมตามกาลเทศะ เป็นต้น
    • บริษัทจัดให้มีช่องทางสำหรับพนักงานในการร้องเรียนหรือแจ้งข้อกังวลเกี่ยวกับการทำงาน โดยดำเนินการอย่างเป็นธรรม รักษาความลับ และมีมาตรการป้องกันการตอบโต้ผู้ร้องเรียน
  6. การเกษียณและการสิ้นสุดการจ้างงาน

    • ก่อนเกษียณอายุ (Pre-Retirement): สนับสนุนการวางแผนทางการเงิน การเตรียมความพร้อม และการถ่ายทอดองค์ความรู้ (Knowledge Transfer) สู่คนรุ่นหลัง
    • กระบวนการลาออก (Off boarding): เน้นการส่งมอบงานที่เป็นระบบและการทำ Exit Interview เพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะสำหรับการพัฒนาองค์กรต่อไป พร้อมทั้งดำเนินการด้านสิทธิประโยชน์และเอกสารตามกฎหมายสำหรับพนักงานอย่างครบถ้วน
    • ความสัมพันธ์หลังพ้นสภาพ (Alumni Relationship): รักษาเครือข่ายอดีตพนักงานผ่านการเข้า เชิญร่วมกิจกรรมต่างๆ และเปิดโอกาสสำหรับการกลับเข้ามาร่วมงานใหม่ (Boomerang Employee) หากมีความเหมาะสม
แนวทางการพิจารณาค่าตอบแทนและสวัสดิการต่าง
  • ติดตามการเปลี่ยนแปลงค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำเป็นประจำทุกปี โดยทีมสรรหาจะมีการสำรวจการจ่ายค่าจ้างของอุตสาหกรรมเดียวกัน มีการนำผลสำรวจอัตราค่าตอบแทนมาพิจารณาและเทียบเคียงอัตราค่าตอบแทนกับบริษัทอื่นๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกันเพื่อให้แน่ใจว่าอัตราค่าตอบแทนของบริษัทเพียงพอกับการใช้ชีวิต
  • บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับระดับค่าตอบแทนที่พนักงานได้รับต่อเดือน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าพนักงานได้รับค่าแรงที่ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ค่าแรงขั้นต่ำ และเพียงพอต่อการดำรงชีวิต ทั้งนี้ หากพบว่ามีพนักงานคนใดได้รับอัตราค่าตอบแทนต่ำกว่าเกณฑ์ บริษัทจะพิจารณาปรับค่าตอบแทนให้เหมาะสมทันที
  • จากผลการบันทึกข้อมูลค่าตอบแทน พบว่า ปัจจุบันบริษัทจ่ายค่าตอบแทนให้แก่พนักงานของกลุ่มบริษัทฯ สูงกว่าอัตราค่าจ้างแรงงานที่กฎหมายกำหนดและอยู่ในมาตรฐานเดียวกันกับอุตสาหกรรมและบริษัทคู่แข่ง รวมถึงเหมาะสมและเพียงพอต่อการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ
การดูแลพนักงานผ่านคณะกรรมการสวัสดิการ
  • คณะกรรมการสวัสดิการโดยมีตัวแทนของพนักงานและฝ่ายบริหาร ป้จจุบันมีตัวแทนฝ่ายบริหารจำนวน 4 ท่าน ตัวแทนฝ่ายพนักงาน 5 ท่าน ในแต่ละปีมีการจัดประชุมของคณะกรรมการชุดนี้ จำนวน 4 ครั้งต่อปี
การสื่อสารนโยบายและแนวปฏิบัติต่างๆ ไปสู่พนักงาน
  • การปฐมนิเทศ
  • การสื่อสารผ่าน internal mail
การพัฒนาบุคลากร

กลุ่มบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของพนักงานอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้ ทักษะ และความสามารถในการทำงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน และส่งเสริมให้พนักงานสามารถเติบโตควบคู่ไปกับองค์กรได้อย่างยั่งยืน

ซึ่งหากองค์กรไม่สามารถพัฒนาทักษะของพนักงานให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของตลาด เทคโนโลยี หรือเป้าหมายธุรกิจ อาจนำไปสู่ความเสี่ยงในด้านประสิทธิภาพการดำเนินงาน การสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ หรือความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง แต่หากสามารถพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับองค์กร ส่งเสริมนวัตกรรม เพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า และสร้างความผูกพันของพนักงานต่อองค์กรในระยะยาว

การออกแบบแผนพัฒนาบุคลากรในองค์กร เริ่มต้นจากกระบวนการวิเคราะห์ความต้องการในการฝึกอบรม (Training Needs Analysis – TNA) ซึ่งครอบคลุมทั้งระดับองค์กร แผนก และรายบุคคล โดยอ้างอิงจากเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจ แนวโน้มตลาด และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง รวมถึงข้อมูลจากผลการประเมินการปฏิบัติงาน (Performance Evaluation) ซึ่งช่วยสะท้อนจุดแข็งและจุดที่ควรพัฒนาในแต่ละบุคคลอย่างชัดเจน

แนวทางการพัฒนาบุคลากรแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มผู้บริหาร และ กลุ่มพนักงานทั่วไป โดยแต่ละกลุ่มได้รับการพัฒนาให้เหมาะสมกับบทบาทและความรับผิดชอบของตน

กลุ่มผู้บริหาร (ระดับผู้จัดการแผนกขึ้นไป)

บริษัทมุ่งเน้นพัฒนาผู้บริหารให้เป็นผู้นำที่สามารถขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคต โดยมีการจัด Business Plan Workshop ซึ่งช่วยเสริมสร้างทักษะด้านการคิดเชิงกลยุทธ์ การวางแผนธุรกิจ และการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลจริง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้บริหารจากหลากหลายหน่วยงานได้แลกเปลี่ยนมุมมองร่วมกัน นำไปสู่การพัฒนาแผนงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร และเพิ่มความสามารถในการขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งครอบคลุมหัวข้อสำคัญ เช่น

การวางแผนกลยุทธ์
ช่วยให้ผู้บริหารสามารถวิเคราะห์จุดแข็ง-จุดอ่อนของงาน และนำข้อมูลไปใช้ในการกำหนดกลยุทธ์ธุรกิจ
การตั้งเป้าหมาย
สนับสนุนให้ผู้นำกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน วัดผลได้ และสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของบริษัท
การทำงานข้ามสายงาน
ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างแผนกต่างๆ เพื่อสร้างแผนธุรกิจที่เป็นหนึ่งเดียว

นอกจากนี้ บริษัทมีการติดตามและประเมินผลหลังการอบรม โดยให้ผู้บริหารจัดทำแผนงานของหน่วยงานตนเอง และนำเสนอแผนดังกล่าวต่อผู้บริหารระดับสูงเพื่อรับฟังข้อเสนอแนะและพัฒนาแผนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

กลุ่มบุคลากร (ระดับต่ำกว่าผู้จัดการแผนกหรือเทียบเท่าลงมา)

บริษัทส่งเสริมการพัฒนาและบริหารศักยภาพบุคลากรเพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต โดยมีการฝึกอบรมหลากหลายรูปแบบ เช่น การอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อให้พนักงานพัฒนาทักษะและความชำนาญจากประสบการณ์ในตำแหน่งหน้าที่

จำนวนชั่วโมงการฝึกอบรมในปี 2568
ข้อมูล ปี 2567 ปี 2568
จำนวนชั่วโมงการอบรมทั้งหมด 7,361 6,599
จำนวนผู้เข้าอบรมทั้งหมด 1,835 2,028
จำนวนชั่วโมงการอบรมเฉลี่ย (ต่อจำนวนผู้เข้าอบรม) 4.0 3.25
จำนวนชั่วโมงการอบรมเฉลี่ย (ต่อจำนวนพนักงานเฉลี่ย) 11.0 9.0
การส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้

กลุ่มบริษัทฯ ส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง (Lifelong Learning) ผ่านการฝึกอบรมทั้งในรูปแบบ On-the-job Training, Classroom Training และการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ยกระดับคุณภาพการให้บริการ และสร้างความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร อันจะนำไปสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนของกลุ่มบริษัทฯ ในระยะยาว

การสร้างความผูกพันร่วมกับพนักงาน

กลุ่มบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างความผูกพันของพนักงาน (Employee Engagement) ในฐานะปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงาน ความร่วมมือระหว่างทีม และความยั่งยืนขององค์กร โดยมุ่งมั่นสร้าง สภาพแวดล้อมในการทำงานที่เอื้อต่อความพึงพอใจ ความผูกพัน และการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกระดับ เพื่อรักษาและจูงใจให้พนักงานเติบโตไปพร้อมกับองค์กร

กลุ่มบริษัทฯ ดำเนินการสำรวจความพึงพอใจและความผูกพันของพนักงานเป็นประจำทุกปี ผ่านแบบสอบถามที่ประกอบด้วยคำถามทั้งแบบเปิดและปิด ครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่

ความพึงพอใจในงาน
สวัสดิการและค่าตอบแทน
ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานและหัวหน้างาน
โอกาสความก้าวหน้าในงาน
การสื่อสารภายในองค์กร
ความรู้สึกต่อองค์กรและวัฒนธรรมองค์กร

หลังการสำรวจ ฝ่ายทรัพยากรบุคคลจะวิเคราะห์ผลและจัดทำรายงานสรุปเสนอผู้บริหาร พร้อมร่วมกันพัฒนาแนวทางปรับปรุงการบริหารงานบุคคลให้เหมาะสมกับบริบทและความต้องการของพนักงานในแต่ละช่วงเวลา นอกจากนี้ บริษัทยังมีการ สื่อสารผลสำรวจและแผนปรับปรุงให้พนักงานรับทราบผ่านช่องทางภายใน เช่น ระบบ Intranet และ Internal Mail รวมถึงช่องทางภายนอก เช่น เว็บไซต์ของบริษัท

สำหรับปี 2568 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายความผูกพันพนักงานไว้ที่ 70% และผลสำรวจพบว่าความผูกพันพนักงานอยู่ที่ 75% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมาย สะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจและการมีส่วนร่วมที่ดีของบุคลากร อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจพบประเด็นที่พนักงานต้องการให้บริษัทพัฒนาเพิ่มเติมในหลายด้าน อาทิ

สิทธิประโยชน์และสวัสดิการด้านสุขภาพ
ช่องทางการรับฟังความคิดเห็นของพนักงาน
การสื่อสารภายในองค์กร
หลักสูตรพัฒนาทักษะการทำงาน
การประเมินผลแบบ 360 องศา
การวางแนวทางการเติบโตในสายอาชีพ

ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญต่อคำแนะนำและความต้องการของพนักงานจึงได้มีการพิจารณาวางกรอบแนวทางเพื่อปรับปรุง อาทิ พนักงานมีข้อเสนอแนะให้บริษัทฯ ปรับปรุงพื้นที่ทำงานและอุปกรณ์สำนักงานให้เหมาะสมยิ่งขึ้น บริษัทฯ จึงได้ดำเนินการสำรวจความต้องการใช้อุปกรณ์ของพนักงาน พร้อมกับออกแบบพื้นที่ทำงานโดยเน้นความยืดหยุ่นในการใช้งานให้มีความเอื้อต่อการทำงานร่วมกันในทีม ซึ่งช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพในการทำงานและเพิ่มความพึงพอใจของพนักงาน

อัตราการลาออกโดยสมัครใจของพนักงาน
รายละเอียด 2566 2567 2568
พนักงานที่ลาออกโดยความสมัครใจรวม (คน) 191 261 269
พนักงานชายที่ลาออกโดยความสมัครใจ (คน) 30 82 74
พนักงานหญิงที่ลาออกโดยความสมัครใจ (คน) 161 179 195
สัดส่วนพนักงานที่ลาออกโดยสมัครใจ (%) 29.98 35.70 36.89
การจัดการข้อร้องเรียน รวมถึงเหตุการณ์ล่วงละเมิดต่างๆ
  • ขั้นตอนการตรวจสอบเรื่องร้องเรียน

    1. เรื่องร้องเรียนที่ส่งผลกระทบภายในองค์กร ให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (แล้วแต่กรณี) เป็นผู้พิจารณามอบหมายให้ฝ่ายตรวจสอบภายในดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเรื่องร้องเรียนดังกล่าว
    2. เรื่องร้องเรียนที่ส่งผลกระทบภายนอกองค์กรและ / หรือผู้มีส่วนได้เสีย ให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเรื่องร้องเรียนดังกล่าว ทั้งนี้ กรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงทุกคนจะต้องไม่มีส่วนได้เสียกับเรื่องร้องเรียนนั้นๆ
    3. เรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับผู้บริหารในระดับตั้งแต่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารขึ้นไป หรือ กรรมการ ในกรณีที่เรื่องร้องเรียน ไม่ว่าเป็นกรณีตาม 7.1.1 หรือ 7.1.2 หากผู้ถูกร้องเรียนเป็นผู้บริหารในระดับตั้งแต่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารขึ้นไป หรือ กรรมการ ให้ประธานกรรมการบริษัทพิจารณามอบหมายให้คณะกรรมการตรวจสอบและฝ่ายตรวจสอบภายในดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเรื่องร้องเรียนดังกล่าว
  • ระยะเวลาดำเนินการ

    1. ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ ประธานกรรมการบริษัท (แล้วแต่กรณี) ต้องส่งเรื่องให้ผู้ตรวจสอบเรื่องร้องเรียน ภายใน 7 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับเรื่องร้องเรียน
    2. ผู้ตรวจสอบเรื่องร้องเรียน ตามข้อ 4.1 , 4.2 หรือ 4.4 ต้องพิจารณาและรายงานผลสรุปเรื่องร้องเรียนซึ่งยุติแล้ว และคำสั่งลงโทษของผู้มีอำนาจ ตามข้อ 4.3 หรือ 4.4 (ถ้ามี) ให้ผู้แจ้งเรื่องร้องเรียนทราบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนเป็นผู้เสนอสั่งลงโทษ จะต้องได้รับความเห็นชอบเกี่ยวกับมาตรการในการลงโทษจากประธานเจ้าหน้าที่บริหารและ / หรือคณะกรรมการตรวจสอบและ / หรือคณะกรรมการบริษัท (แล้วแต่กรณี)

ในกรณีจำเป็นที่ไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดได้ ให้ผู้ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนนำเสนอประธานกรรมการบริษัทและ / หรือประธานเจ้าหน้าที่บริหารและ / หรือคณะกรรมการตรวจสอบและ / หรือคณะกรรมการบริษัท (แล้วแต่กรณี) เพื่อพิจารณาอนุมัติการขยายระยะเวลาการตรวจสอบได้ครั้งละไม่เกิน 30 วัน

ทั้งนี้ หากไม่ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา หรือไม่ขอขยายระยะเวลาการตรวจสอบตามที่กำหนดไว้ข้างต้น ให้ถือว่าผู้ตรวจสอบเรื่องร้องเรียน ไม่ปฏิบัติตามนโยบายฉบับนี้ และต้องทำหนังสือชี้แจงเหตุผลที่ไม่สามารถดำเนินการได้ต่อผู้มีอำนาจแต่งตั้งผู้ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนด้วย

  • การรายงาน

    1. ผู้ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนมีหน้าที่รายงานสรุปผลเรื่องร้องเรียนให้แก่ผู้แจ้งเรื่องร้องเรียน ผู้ถูกร้องเรียน ผู้ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบเรื่องร้องเรียน หรือบุคคลอื่น ตามความจำเป็นและเหมาะสม
    2. ฝ่ายตรวจสอบภายในหรือคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง (แล้วแต่กรณี) มีหน้าที่รายงานผลสรุปเรื่องร้องเรียน และคำสั่งลงโทษต่อประธานกรรมการบริษัทและ / หรือประธานเจ้าหน้าที่บริหารและ / หรือคณะกรรมการตรวจสอบและ / หรือคณะกรรมการบริษัท แล้วแต่กรณี
    3. กรณีที่มีหลักฐานชัดเจนและเพียงพอว่า ผู้แจ้งเรื่องร้องเรียนมีเจตนา หรือพฤติการณ์ชัดแจ้งว่า การแจ้งหรือกล่าวหาผู้ถูกร้องเรียนนั้นกระทำโดยไม่สุจริต กลุ่มบริษัทฯ จำเป็นต้องดำเนินการเพื่อปกป้องชื่อเสียงของผู้ถูกร้องเรียน ดังนี้

      1. กรณีที่ผู้แจ้งเรื่องร้องเรียนเป็นผู้บริหารหรือพนักงานให้ดำเนินการสอบสวนเพื่อพิจารณาลงโทษตามระเบียบของฝ่ายบริหารทุนมนุษย์
      2. กรณีที่ผู้แจ้งเรื่องร้องเรียนเป็นบุคคลภายนอก และกลุ่มบริษัทฯ ได้รับความเสียหาย กลุ่มบริษัทฯ อาจพิจารณาดำเนินคดีกับผู้แจ้งเรื่องร้องเรียนดังกล่าวด้วย

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

พนักงาน
พนักงาน