การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
SDGs 3: สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี SDGs 12: การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน SDGs 16: สันติภาพ ความยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง SDGs 17: ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ความมุ่งมั่น

  • กลุ่มบริษัทธนจิรามุ่งมั่นบริหารห่วงโซ่อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการจัดหาที่มีความรับผิดชอบ การลดของเสีย การสร้างความร่วมมือกับคู่ค้าอย่างเป็นธรรม และการปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
  • สนับสนุนธุรกิจท้องถิ่นโดยการจัดซื้อจัดจ้างจากคู่ค้าภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

เป้าหมาย
  • ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้าน ESG ของคู่ค้าสำคัญ (Critical Suppliers) ให้ครอบคลุมอย่างน้อย 100% ภายในปี 2570
  • ส่งเสริมให้คู่ค้าปฏิบัติตามแนวทางด้าน ESG และจรรยาบรรณคู่ธุรกิจของบริษัทตลอดห่วงโซ่อุปทาน
  • พัฒนาระบบบริหารจัดการคู่ค้าให้สอดคล้องกับแนวทาง Sustainable Supply Chain Management และการบริหารความเสี่ยงด้าน ESG
  • ส่งเสริมการจัดหาอย่างรับผิดชอบ (Responsible Sourcing) และสนับสนุนการใช้วัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ หรือบริการที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม
  • ยกระดับความร่วมมือกับคู่ค้าเพื่อพัฒนาศักยภาพด้าน ESG ลดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล รวมถึงเสริมสร้างความต่อเนื่องและความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานในระยะยาว
ผลการดำเนินงานในปี 2568

ดำเนินการประเมินความเสี่ยงที่รวมถึงความเสี่ยงด้าน ESG แก่คู่ค้าของบริษัท

จัดซื้อจัดจ้างจากคู่ค้าภายในประเทศร้อยละ 95.2 และจากคู่ค้าต่างประเทศร้อยละ 4.8

ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ

การบริหารห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Management) เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจของกลุ่มบริษัทธนจิราดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถตอบสนองความต้องการของตลาด และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า นอกจากการเพิ่มขีดความสามารถทางธุรกิจแล้ว ห่วงโซ่อุปทานยังมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม (Environmental), สังคม (Social) และการกำกับดูแลธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล (Governance) หรือ ESG เพื่อให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันตลอดห่วงโซ่อุปทานของกลุ่มบริษัทฯ

แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า

กลุ่มบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน โดยกำหนดแนวปฏิบัติที่บูรณาการความรับผิดชอบทั้งด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับประสิทธิภาพทางธุรกิจ ดังนี้

ความเป็นธรรมและความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทาน

กลุ่มบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจด้วยหลักธรรมาภิบาล สนับสนุนการดำเนินธุรกิจที่เป็นธรรมกับคู่ค้าและซัพพลายเออร์ รวมถึงให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงด้าน ESG ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน

การจัดหาอย่างรับผิดชอบ

สนับสนุนการจัดซื้อจากแหล่งที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม เช่น การเลือกใช้วัตถุดิบจากแหล่งผลิต/เพาะปลูกที่ยั่งยืนและสนับสนุนผู้ผลิตในท้องถิ่น

การลดของเสียและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

ลดปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นในทุกกระบวนการตลอดห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลหรือนำกลับมาใช้ใหม่ได้

การพัฒนาความสัมพันธ์กับคู่ค้าในระยะยาว

สร้างความร่วมมือกับคู่ค้าโดยให้ความสำคัญต่อการเติบโตร่วมกัน การสนับสนุนคู่ค้าให้ปฏิบัติตามมาตรฐานด้านแรงงาน สิ่งแวดล้อม และจริยธรรมทางธุรกิจ

ความรับผิดชอบต่อแรงงานในห่วงโซ่อุปทาน

ส่งเสริมการปฏิบัติต่อแรงงานตามกฎหมายและมาตรฐานสากลต่างๆ โดยไม่สนับสนุนการใช้แรงงานเด็ก แรงงานที่ผิดกฎหมาย และสนับสนุนการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและเป็นธรรม

บทบาทของหน่วยงานภายในที่บูรณาการแนวคิดความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดีเพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทานของกลุ่มบริษัทฯ

สายงานซัพพลายเชนของบริษัทในเครือธนจิราครอบคลุมหลายแผนกหลัก ซึ่งมีบทบาทสำคัญที่เชื่อมโยงกับแนวทางความยั่งยืนดังนี้

สายงานซัพพลายเชนของบริษัทในเครือธนจิรา
01
NPD (New Product Development)
รับผิดชอบการพัฒนาและคัดสรรผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Harnn, Vuudh โดยให้ความสำคัญกับการใช้วัตถุดิบจากแหล่งที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม รวมทั้งคำนึงถึงการลดของเสียจากกระบวนการผลิต และเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่หรือรีไซเคิลได้
02
Planning
วางแผนการผลิตและการจัดจำหน่ายแบรนด์ Harnn และ Vuudh โดยมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดของเสียจากสินค้าคงคลัง และป้องกันการขาดแคลนหรือคำสั่งซื้อของลูกค้า
03
Procurement
จัดซื้อวัตถุดิบและสินค้าจากคู่ค้าที่มีแนวปฏิบัติตามหลัก ESG โดยคำนึงถึงแหล่งที่มา การผลิตที่มีความรับผิดชอบ และการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับคู่ค้าที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
04
Merchandising
ดูแลการเลือกซื้อสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า รวมถึงวางแผนสต็อกในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อลดของเสีย สนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมคู่ค้าที่สอดคล้องกับค่านิยมด้านกระบวนการที่คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม
05
Logistics
วางแผนและควบคุมกระบวนการ import-export อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็นและที่ไม่จำเป็น และปรับปรุงระบบการจัดส่งสินค้าเพื่อลดของเสียระหว่างขนส่ง
06
Warehouse
บริหารจัดการคลังสินค้าให้มีประสิทธิภาพ ลดความสูญเสียจากการจัดเก็บที่ไม่เหมาะสม และสนับสนุนการใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ รวมถึงการจัดการของเสียจากคลังสินค้าอย่างมีระบบ
07
Distribution Center (DC)
บริหารจัดการศูนย์กระจายสินค้าเพื่อให้กระบวนการส่งสินค้าถึงร้านค้าหรือช่องทางจำหน่ายต่างๆ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสียหายของสินค้าระหว่างขนส่ง และใช้ระบบบริหารจัดการที่ช่วยลดการใช้ทรัพยากรที่ไม่จำเป็น
08
Design
ออกแบบร้านค้าโดยกำหนดการเลือกใช้วัสดุรีไซเคิลตามความเหมาะสม
09
Food
ส่งเสริมการเลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นสำหรับรายการอาหารบางประเภทอย่างเหมาะสม

การระบุคู่ค้าสำคัญ

บริษัทมีการระบุคู่ค้าที่สำคัญทั้งคู่ค้าที่ดำเนินธุรกิจกับบริษัทโดยตรงและไม่ได้ดำเนินธุรกิจกับบริษัทโดยตรง ดังนี้

คู่ค้าสำคัญของกลุ่มบริษัทฯ แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่

1.1 คู่ค้าสำคัญโดยตรง (Critical Tier 1)
  • เป็นคู่ค้าที่มีความสำคัญสูงสุดต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท
  • มีการทำธุรกรรมโดยตรง เช่น ผู้จัดหาวัตถุดิบหลัก ผู้ผลิต ผู้ขนส่งหลัก หรือผู้ให้บริการที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำเนินงาน
  • การหยุดชะงักของคู่ค้ากลุ่มนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกระบวนการผลิตและการให้บริการของบริษัท
  • ตัวอย่าง: ผู้จำหน่ายวัตถุดิบหลัก ผู้ให้บริการโลจิสติกส์รายใหญ่ เป็นต้น
1.2 คู่ค้าสำคัญทางอ้อม (Critical Non-Tier 1)
  • เป็นคู่ค้าทางอ้อมที่แม้จะไม่ได้ทำธุรกรรมโดยตรงกับบริษัท แต่มีผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของบริษัท
  • อาจเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบหรือบริการให้กับคู่ค้าของบริษัท
  • ตัวอย่าง: คู่ค้าของคู่ค้าหลัก ผู้ให้บริการสนับสนุนด้านเทคโนโลยี หรือคู่ค้ารายเล็กที่มีผลต่อคุณภาพของวัตถุดิบที่ส่งมอบให้บริษัท

บริษัทมีเกณฑ์ในการประเมินคู่ค้าสำคัญ โดยใช้หลักเกณฑ์สำคัญ 5 ประการ ได้แก่

1. ความสำคัญทางธุรกิจ

คู่ค้าต้องมีผลกระทบสูงต่อกระบวนการผลิต การดำเนินธุรกิจ และความต่อเนื่องของกิจการ

2. ปริมาณธุรกรรม

มีมูลค่าการซื้อขายหรือปริมาณธุรกรรมที่สำคัญต่อธุรกิจของบริษัท

3. ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง

ความเสี่ยงด้านคุณภาพ กฎหมาย สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล (ESG) ซึ่งอาจส่งผลต่อบริษัท

4. การปฏิบัติตามมาตรฐาน

ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดด้านกฎหมายและมาตรฐานอุตสาหกรรม

5. ความมั่นคงทางการเงิน

คู่ค้าควรมีฐานะทางการเงินที่มั่นคงเพื่อลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ

ทั้งนี้ จากหลักเกณฑ์ดังกล่าวบริษัทมีคู่ค้าทางตรงที่สำคัญจำนวน 11 ราย คิดเป็น 13% ของคู่ค้าทั้งหมด และมีมูลค่าในการซื้อขาย 68 % ของมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด

3.1 บริษัทมีหลักเกณฑ์การคัดเลือกคู่ค้าทั้งการคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่และคู่ค้าสำหรับการจัดซื้อจัดจ้าง โดยพิจารณาจาก
  • การประเมินศักยภาพ: ตรวจสอบข้อมูลทางธุรกิจ การเงิน ความสามารถในการส่งมอบสินค้าและบริการ
  • การทดสอบและทดลองทำงาน: อาจกำหนดให้มีการทดลองสั่งซื้อ หรือทดสอบคุณภาพสินค้าหรือบริการ
  • การทำสัญญาความร่วมมือ: กำหนดเงื่อนไขทางธุรกิจ ข้อกำหนดด้านคุณภาพ และข้อกำหนดด้าน ESG
3.2 บริษัทประเมินและติดตามความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการปฏิบัติงานของคู่ค้า โดยมีแนวปฏิบัติดังนี้
  • การตรวจสอบและติดตามผลการดำเนินงาน

    • กำหนดรอบการตรวจสอบ เช่น รายไตรมาสหรือรายปี
    • ใช้ข้อมูลด้านประสิทธิภาพการส่งมอบสินค้า คุณภาพสินค้า และความมั่นคงทางการเงิน
  • ระบบแจ้งเตือนและแผนรองรับความเสี่ยง

    • มีแนวทางแก้ไขเมื่อพบปัญหา เช่น การปรับปรุงแผนสำรองซัพพลายเออร์
    • พิจารณาความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อบริษัท และกำหนดแผนรับมือ
  • การพัฒนาความสัมพันธ์ทางธุรกิจ

    • มีโครงการพัฒนาศักยภาพคู่ค้าเพื่อให้สามารถปรับปรุงมาตรฐานให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของบริษัท

กลุ่มบริษัทฯ มีการประเมินด้าน ESG (Environmental, Social, and Governance) เป็นปัจจัยสำคัญทั้งในการคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่ และคู่ค้าสำหรับการจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงกำหนดให้การประเมินด้าน ESG เป็นหนึ่งในหลักเกณฑ์การติดตามผลการดำเนินงานและการทำธุรกิจของคู่ค้า และกำหนดให้คู่ค้าของบริษัททุกรายต้องปฏิบัติตามเกณฑ์ต่อไปนี้

หมวดหมู่ เกณฑ์การพิจารณา
สิ่งแวดล้อม มีแนวทางลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
สังคม ปฏิบัติตามมาตรฐานแรงงาน ไม่ใช้แรงงานเด็กหรือแรงงานบังคับ สนับสนุนสิทธิแรงงาน
ธรรมาภิบาล ดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานสากล ไม่มีการฟ้องร้องหรือต้องดำเนินคดีที่เกี่ยวกับการทุจริต

กลุ่มบริษัทฯ จะส่งแบบประเมินตนเอง (Supplier Self Assessment) ไปให้ยังคู่ค้า โดยคู่ค้าที่ได้คะแนนประเมินตั้งแต่ 80 คะแนนขึ้นไปจะถือว่าเป็นคู่ค้าที่มีความเสี่ยงต่ำ สำหรับคู่ค้าที่ที่ได้คะแนนประเมินต่ำกว่า 60 จะต้องนำส่งแผนการปรับปรุงการดำเนินงานในหัวข้อที่ได้คะแนนไม่ถึงเกณฑ์ตามที่กลุ่มบริษัทฯ กำหนดไว้ และดำเนินการปรับปรุงให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด มิเช่นนั้น กลุ่มบริษัทฯ อาจพิจารณาระงับการจัดชื้อหรือจัดจ้างกับคู่ค้ารายดังกล่าวจนกว่าจะปรับปรุงการดำเนินงานตามแผนได้แล้วเสร็จ

การช่วยเหลือและพัฒนาคู่ค้า

บริษัทร่วมมือกับคู่ค้าเพื่อพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกัน รวมถึงมองหาแนวทางใหม่ในกระบวนการธุรกิจเพื่อส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นที่การแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อปรับปรุงคุณภาพสินค้าและการให้บริการ การพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและขยายโอกาสทางธุรกิจ

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

พนักงาน
คู่ค้า