การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
ความมุ่งมั่น
- กลุ่มบริษัทธนจิรามุ่งมั่นบริหารห่วงโซ่อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการจัดหาที่มีความรับผิดชอบ การลดของเสีย การสร้างความร่วมมือกับคู่ค้าอย่างเป็นธรรม และการปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
- สนับสนุนธุรกิจท้องถิ่นโดยการจัดซื้อจัดจ้างจากคู่ค้าภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย
- ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้าน ESG ของคู่ค้าสำคัญ (Critical Suppliers) ให้ครอบคลุมอย่างน้อย 100% ภายในปี 2570
- ส่งเสริมให้คู่ค้าปฏิบัติตามแนวทางด้าน ESG และจรรยาบรรณคู่ธุรกิจของบริษัทตลอดห่วงโซ่อุปทาน
- พัฒนาระบบบริหารจัดการคู่ค้าให้สอดคล้องกับแนวทาง Sustainable Supply Chain Management และการบริหารความเสี่ยงด้าน ESG
- ส่งเสริมการจัดหาอย่างรับผิดชอบ (Responsible Sourcing) และสนับสนุนการใช้วัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ หรือบริการที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม
- ยกระดับความร่วมมือกับคู่ค้าเพื่อพัฒนาศักยภาพด้าน ESG ลดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล รวมถึงเสริมสร้างความต่อเนื่องและความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานในระยะยาว
ผลการดำเนินงานในปี 2568
ดำเนินการประเมินความเสี่ยงที่รวมถึงความเสี่ยงด้าน ESG แก่คู่ค้าของบริษัท
จัดซื้อจัดจ้างจากคู่ค้าภายในประเทศร้อยละ 95.2 และจากคู่ค้าต่างประเทศร้อยละ 4.8
ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ
การบริหารห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Management) เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจของกลุ่มบริษัทธนจิราดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถตอบสนองความต้องการของตลาด และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า นอกจากการเพิ่มขีดความสามารถทางธุรกิจแล้ว ห่วงโซ่อุปทานยังมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม (Environmental), สังคม (Social) และการกำกับดูแลธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล (Governance) หรือ ESG เพื่อให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันตลอดห่วงโซ่อุปทานของกลุ่มบริษัทฯ
แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า
กลุ่มบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน โดยกำหนดแนวปฏิบัติที่บูรณาการความรับผิดชอบทั้งด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับประสิทธิภาพทางธุรกิจ ดังนี้

ความเป็นธรรมและความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทาน
กลุ่มบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจด้วยหลักธรรมาภิบาล สนับสนุนการดำเนินธุรกิจที่เป็นธรรมกับคู่ค้าและซัพพลายเออร์ รวมถึงให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงด้าน ESG ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน

การจัดหาอย่างรับผิดชอบ
สนับสนุนการจัดซื้อจากแหล่งที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม เช่น การเลือกใช้วัตถุดิบจากแหล่งผลิต/เพาะปลูกที่ยั่งยืนและสนับสนุนผู้ผลิตในท้องถิ่น

การลดของเสียและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
ลดปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นในทุกกระบวนการตลอดห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลหรือนำกลับมาใช้ใหม่ได้

การพัฒนาความสัมพันธ์กับคู่ค้าในระยะยาว
สร้างความร่วมมือกับคู่ค้าโดยให้ความสำคัญต่อการเติบโตร่วมกัน การสนับสนุนคู่ค้าให้ปฏิบัติตามมาตรฐานด้านแรงงาน สิ่งแวดล้อม และจริยธรรมทางธุรกิจ

ความรับผิดชอบต่อแรงงานในห่วงโซ่อุปทาน
ส่งเสริมการปฏิบัติต่อแรงงานตามกฎหมายและมาตรฐานสากลต่างๆ โดยไม่สนับสนุนการใช้แรงงานเด็ก แรงงานที่ผิดกฎหมาย และสนับสนุนการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและเป็นธรรม
บทบาทของหน่วยงานภายในที่บูรณาการแนวคิดความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดีเพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทานของกลุ่มบริษัทฯ
สายงานซัพพลายเชนของบริษัทในเครือธนจิราครอบคลุมหลายแผนกหลัก ซึ่งมีบทบาทสำคัญที่เชื่อมโยงกับแนวทางความยั่งยืนดังนี้
การระบุคู่ค้าสำคัญ
บริษัทมีการระบุคู่ค้าที่สำคัญทั้งคู่ค้าที่ดำเนินธุรกิจกับบริษัทโดยตรงและไม่ได้ดำเนินธุรกิจกับบริษัทโดยตรง ดังนี้
คู่ค้าสำคัญของกลุ่มบริษัทฯ แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่
1.1 คู่ค้าสำคัญโดยตรง (Critical Tier 1)
- เป็นคู่ค้าที่มีความสำคัญสูงสุดต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท
- มีการทำธุรกรรมโดยตรง เช่น ผู้จัดหาวัตถุดิบหลัก ผู้ผลิต ผู้ขนส่งหลัก หรือผู้ให้บริการที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำเนินงาน
- การหยุดชะงักของคู่ค้ากลุ่มนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกระบวนการผลิตและการให้บริการของบริษัท
- ตัวอย่าง: ผู้จำหน่ายวัตถุดิบหลัก ผู้ให้บริการโลจิสติกส์รายใหญ่ เป็นต้น
1.2 คู่ค้าสำคัญทางอ้อม (Critical Non-Tier 1)
- เป็นคู่ค้าทางอ้อมที่แม้จะไม่ได้ทำธุรกรรมโดยตรงกับบริษัท แต่มีผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของบริษัท
- อาจเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบหรือบริการให้กับคู่ค้าของบริษัท
- ตัวอย่าง: คู่ค้าของคู่ค้าหลัก ผู้ให้บริการสนับสนุนด้านเทคโนโลยี หรือคู่ค้ารายเล็กที่มีผลต่อคุณภาพของวัตถุดิบที่ส่งมอบให้บริษัท
บริษัทมีเกณฑ์ในการประเมินคู่ค้าสำคัญ โดยใช้หลักเกณฑ์สำคัญ 5 ประการ ได้แก่
1. ความสำคัญทางธุรกิจ
คู่ค้าต้องมีผลกระทบสูงต่อกระบวนการผลิต การดำเนินธุรกิจ และความต่อเนื่องของกิจการ
2. ปริมาณธุรกรรม
มีมูลค่าการซื้อขายหรือปริมาณธุรกรรมที่สำคัญต่อธุรกิจของบริษัท
3. ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง
ความเสี่ยงด้านคุณภาพ กฎหมาย สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล (ESG) ซึ่งอาจส่งผลต่อบริษัท
4. การปฏิบัติตามมาตรฐาน
ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดด้านกฎหมายและมาตรฐานอุตสาหกรรม
5. ความมั่นคงทางการเงิน
คู่ค้าควรมีฐานะทางการเงินที่มั่นคงเพื่อลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ
ทั้งนี้ จากหลักเกณฑ์ดังกล่าวบริษัทมีคู่ค้าทางตรงที่สำคัญจำนวน 11 ราย คิดเป็น 13% ของคู่ค้าทั้งหมด และมีมูลค่าในการซื้อขาย 68 % ของมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด
3.1 บริษัทมีหลักเกณฑ์การคัดเลือกคู่ค้าทั้งการคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่และคู่ค้าสำหรับการจัดซื้อจัดจ้าง โดยพิจารณาจาก
- การประเมินศักยภาพ: ตรวจสอบข้อมูลทางธุรกิจ การเงิน ความสามารถในการส่งมอบสินค้าและบริการ
- การทดสอบและทดลองทำงาน: อาจกำหนดให้มีการทดลองสั่งซื้อ หรือทดสอบคุณภาพสินค้าหรือบริการ
- การทำสัญญาความร่วมมือ: กำหนดเงื่อนไขทางธุรกิจ ข้อกำหนดด้านคุณภาพ และข้อกำหนดด้าน ESG
3.2 บริษัทประเมินและติดตามความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการปฏิบัติงานของคู่ค้า โดยมีแนวปฏิบัติดังนี้
-
การตรวจสอบและติดตามผลการดำเนินงาน
- กำหนดรอบการตรวจสอบ เช่น รายไตรมาสหรือรายปี
- ใช้ข้อมูลด้านประสิทธิภาพการส่งมอบสินค้า คุณภาพสินค้า และความมั่นคงทางการเงิน
-
ระบบแจ้งเตือนและแผนรองรับความเสี่ยง
- มีแนวทางแก้ไขเมื่อพบปัญหา เช่น การปรับปรุงแผนสำรองซัพพลายเออร์
- พิจารณาความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อบริษัท และกำหนดแผนรับมือ
-
การพัฒนาความสัมพันธ์ทางธุรกิจ
- มีโครงการพัฒนาศักยภาพคู่ค้าเพื่อให้สามารถปรับปรุงมาตรฐานให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของบริษัท
กลุ่มบริษัทฯ มีการประเมินด้าน ESG (Environmental, Social, and Governance) เป็นปัจจัยสำคัญทั้งในการคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่ และคู่ค้าสำหรับการจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงกำหนดให้การประเมินด้าน ESG เป็นหนึ่งในหลักเกณฑ์การติดตามผลการดำเนินงานและการทำธุรกิจของคู่ค้า และกำหนดให้คู่ค้าของบริษัททุกรายต้องปฏิบัติตามเกณฑ์ต่อไปนี้
| หมวดหมู่ | เกณฑ์การพิจารณา |
|---|---|
| สิ่งแวดล้อม | มีแนวทางลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม |
| สังคม | ปฏิบัติตามมาตรฐานแรงงาน ไม่ใช้แรงงานเด็กหรือแรงงานบังคับ สนับสนุนสิทธิแรงงาน |
| ธรรมาภิบาล | ดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานสากล ไม่มีการฟ้องร้องหรือต้องดำเนินคดีที่เกี่ยวกับการทุจริต |
กลุ่มบริษัทฯ จะส่งแบบประเมินตนเอง (Supplier Self Assessment) ไปให้ยังคู่ค้า โดยคู่ค้าที่ได้คะแนนประเมินตั้งแต่ 80 คะแนนขึ้นไปจะถือว่าเป็นคู่ค้าที่มีความเสี่ยงต่ำ สำหรับคู่ค้าที่ที่ได้คะแนนประเมินต่ำกว่า 60 จะต้องนำส่งแผนการปรับปรุงการดำเนินงานในหัวข้อที่ได้คะแนนไม่ถึงเกณฑ์ตามที่กลุ่มบริษัทฯ กำหนดไว้ และดำเนินการปรับปรุงให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด มิเช่นนั้น กลุ่มบริษัทฯ อาจพิจารณาระงับการจัดชื้อหรือจัดจ้างกับคู่ค้ารายดังกล่าวจนกว่าจะปรับปรุงการดำเนินงานตามแผนได้แล้วเสร็จ

การช่วยเหลือและพัฒนาคู่ค้า
บริษัทร่วมมือกับคู่ค้าเพื่อพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกัน รวมถึงมองหาแนวทางใหม่ในกระบวนการธุรกิจเพื่อส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นที่การแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อปรับปรุงคุณภาพสินค้าและการให้บริการ การพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและขยายโอกาสทางธุรกิจ