สิทธิมนุษยชน
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
ความมุ่งมั่น
- มุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและเคารพสิทธิมนุษยชนต่อผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายสอดคล้องกับมาตรฐานสากล ปฏิบัติตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights : UDHR) ข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact : UNGC) หลักการว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (UN Guiding Principles on Business and Human Rights : UNGP) รวมถึงการสนับสนุนสิทธิเด็ก (Children's Rights and Business Principles)
- บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบูรณาการหลักการดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการกำกับดูแลกิจการ นโยบายองค์กร และแนวปฎิบัติในการดำเนินธุรกิจ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชน พร้อมทั้งส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเท่าเทียม และความเป็นธรรมในทุกมิติ
- ธนจิรา กรุ๊ป เชื่อมั่นว่าการยึดมั่นในหลักสิทธิมนุษยชนเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน และเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างคุณค่าในระยะยาวให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย
- ไม่มีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน
ผลการดำเนินงานในปี 2568
การอบรมด้านสิทธิมนุษยชนแก่พนักงานขายเพื่อสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างเหมาะสมและลดความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
การทบทวนความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านของบริษัท
ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ
การดำเนินธุรกิจของบริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการเคารพและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและสิทธิแรงงานขั้นพื้นฐานของผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน ผู้รับเหมา คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ ตลอดจนชุมชนที่บริษัทเข้าไปดำเนินธุรกิจ โดยยึดมั่นในหลักจรรยาบรรณองค์กร กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
บริษัทฯ ตระหนักว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชน เช่น การเลือกปฎิบัติ การคุกคาม การใช้แรงงาเด็ก หรือแรงงานบังคับ อาจนำไปสู่ความเสี่ยงทางกฎหมาย ค่าปรับ การฟ้องร้อง ตลอดจนกระทบต่อชื่อเสียงและความเชื่อมั่นของแบรนด์ในระยะยาว ดังนั้น บริษัทฯ จึงกำหนดนโยบายและแนวปฎิบัติที่ชัดเจนในการป้องกันและบริหารจัดการความเสี่ยงดังกล่าวอย่างเป็นระบบ
แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า
บริษัทฯ มุ่งมั่นสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และปราศจากการเลือกปฎิบัติในทุกรูปแบบ โดยส่งเสริมความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วมในองค์กร (Diversity, Equity & Inclusion) โดยบริษัทให้ความสำคัญกับ
การจ่ายค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรมและเหมาะสม
ความเท่าเทียมทางเพศและโอกาสในการเติบโตในสายอาชีพ
การป้องกันการล่วงละเมิด การข่มขู่ และการคุกคามในสถานที่ทำงาน
มาตรฐานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
แนวทางดังกล่าวช่วยเสริมสร้างความผูกพันของพนักงาน ลดอัตราการลาออก และสนับสนุนการพัฒนาทุนมนุษย์อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตในระยะยาว
ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจและบริหารแบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลก บริษัทฯ ตระหนักถึงความรับผิดชอบในการส่งเสริมให้คู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจยึดมั่นในหลักสิทธิมนุษยชนและแนวปฎิบัติด้านแรงงานที่เป็นธรรม

บริษัทฯ กำหนดหลักเกณฑ์และความคาดหวังด้านจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับคู่ค้า พร้อมส่งเสริมการประเมินและติดตามความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจตลอดกระบวนการมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
บริษัทฯ ดำเนินการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน ทั้งที่เกิดขึ้นจริงและที่อาจเกิดขึ้น ครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม พร้อมกำหนดมาตรการป้องกัน แก้ไข และเยียวยาอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้จัดให้มีกลไกรับข้อร้องเรียนที่เป็นธรรม โปร่งใส และเข้าถึงได้ เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานและผู้มีส่วนได้เสียสามารถสะท้อนข้อกังวลได้โดยไม่ต้องกังวลต่อการถูกตอบโต้
บริษัทฯ ตระหนักว่าสิทธิมนุษยชนครอบคลุมถึงสิทธิของชุมชนและสิ่งแวดล้อม โดยให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การลดของเสีย การสนับสนุนแนวปฎิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบ
แนวทางดังกล่าว ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงด้านกฎหมายและข้อขัดแย้งทางสังคม แต่ยังเสริมสร้างความไว้วางใจจากลูกค้า นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างมีความรับผิดชอบ
การกำหนดขอบเขต
บริษัทฯ กำหนดขอบเขตกระบวนการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านให้คลอบคลุมทั้งภายในองค์กร และตลอดห่วงโช่คุณค่าของบริษัทฯ รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม และกลุ่มเปราะบาง เช่น สตรี เด็ก ชนกลุ่มน้อย ชนพื้นเมือง แรงงานข้ามชาติ แรงงานที่ว่าจ้างผ่านบุคคลที่สาม ผู้พิการ เพศทางเลือก ผู้สูงอายุ และสตรีตั้งครรภ์ โดยพิจารณาประเด็นสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สิทธิแรงงาน สิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อม สิทธิคู่ค้า และสิทธิลูกค้า เพื่อให้คลอบคลุมประเด็นสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางธุรกิจอย่างรอบด้าน
การระบุประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัทฯ ดำเนินการระบุประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางธุรกิจอย่างรอบด้าน ทั้งที่เกิดขึ้นจริง (Actual Risk) และอาจเกิดขึ้น (Potential Risk) จากกระบวนการทางธุรกิจ และเกิดขึ้นผ่านการดำเนินกิจการของคู่ค้า ผู้รับเหมา หรือบริษัทร่วมค้า ซึ่งสามารถก่อให้เกิดการร่วมกระทำความผิดในการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึงทบทวนแนวโน้มประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนของกลุ่มธุรกิจเดียวกัน แล้วนำมาจัดกลุ่มประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อจัดทำเป็นรายการตรวจสอบประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ แล้วจึงมอบหมายให้ฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้น
การระบุขอบเขตประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน

สิทธิด้านแรงงาน
อาชีวอนามัย สภาพแวดล้อม และความปลอดภัยในที่ทำงาน, การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม, การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน

สิทธิด้านชุมชนและสิ่งแวดล้อม
อาชีวอนามัย สภาพแวดล้อม และความปลอดภัย

สิทธิด้านลูกค้า
การละเมิดความเป็นส่วนบุคคล, การเลือกปฏิบัติต่อลูกค้า, คุณภาพ สุขภาพและความปลอดภัยของสินค้าและบริการ

สิทธิด้านคู่ค้า
อาชีวอนามัย สภาพแวดล้อม และความปลอดภัย, การปฏิบัติต่อคู่ค้าอย่างไม่เป็นธรรม, การใช้แรงงานผิดกฎหมาย
การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัทประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนโดยพิจารณาจากผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า รวมถึงพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ผู้รับเหมา แรงงานในห่วงโซ่อุปทาน ชุมชนและสังคม ตลอดจนกลุ่มเปราะบางที่อาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจของบริษัท
การประเมินความเสี่ยงพิจารณาจาก 2 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ ระดับผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน และโอกาสที่จะเกิดขึ้น โดยระดับผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนพิจารณาจากขนาดของผลกระทบ ขอบเขตของผู้ได้รับผลกระทบ และความสามารถในการเยียวยา ทั้งนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับประเด็นที่มีระดับผลกระทบรุนแรงหรือเยียวยาได้ยาก แม้โอกาสเกิดอาจอยู่ในระดับต่ำ
ระดับความรุนแรง
| คะแนน | ระดับ | ระดับของผลกระทบ | จำนวน/ขอบเขตของผู้ได้รับผลกระทบ | ความสามารถในการเยียวยา |
|---|---|---|---|---|
| 5 | สูงมาก | ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อชีวิต ความปลอดภัย เสรีภาพ ศักดิ์ศรี ความเป็นส่วนตัว หรือสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ได้รับผลกระทบ เช่น เสียชีวิต บาดเจ็บรุนแรง การใช้แรงงานเด็ก/แรงงานบังคับ การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวในวงกว้าง หรือการเลือกปฏิบัติอย่างร้ายแรง | กระทบผู้มีส่วนได้เสียเป็นวงกว้างระดับบริษัท หลายแบรนด์ หลายสาขา หลายพื้นที่ หรือกระทบกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียเกือบทั้งหมดในกลุ่มนั้น | ไม่สามารถเยียวยาให้กลับสู่สภาพเดิมได้ หรือมีผลกระทบถาวร/ระยะยาว เช่น เสียชีวิต บาดเจ็บถาวร การละเมิดศักดิ์ศรีอย่างร้ายแรง ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวรั่วไหลในวงกว้าง หรือการละเมิดสิทธิแรงงานขั้นร้ายแรง |
| 4 | สูง | ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อสุขภาพ ความปลอดภัย ความเป็นอยู่ รายได้ ความเป็นส่วนตัว หรือการได้รับบริการอย่างเป็นธรรม ต้องมีการแก้ไขจริงจัง อาจเกิดข้อร้องเรียนหรือการตรวจสอบจากหน่วยงานภายนอก | กระทบผู้มีส่วนได้เสียจำนวนมาก หรือหลายหน่วยงาน/หลายสาขา/หลายพื้นที่ หรือกระทบกลุ่มเปราะบางอย่างมีนัยสำคัญ | เยียวยาได้ยาก ใช้เวลานาน ต้องอาศัยหลายหน่วยงาน หรืออาจยังคงมีผลกระทบตกค้างต่อผู้เสียหาย เช่น ความเสียหายต่อชื่อเสียง ความไว้วางใจ สุขภาพ หรือความเป็นส่วนตัว |
| 3 | ปานกลาง | ส่งผลกระทบต่อสิทธิหรือความเป็นอยู่ของผู้มีส่วนได้เสียในระดับที่รับรู้ได้ชัดเจน แต่ยังไม่ถึงขั้นร้ายแรง สามารถแก้ไขได้ผ่านกระบวนการภายใน เช่น การเยียวยา การปรับปรุงบริการ การแก้ไขข้อมูล หรือการปรับปรุงสภาพแวดล้อม | กระทบผู้มีส่วนได้เสียจำนวนหนึ่งในบางหน่วยงาน บางสาขา บางพื้นที่ หรือบางกลุ่มลูกค้า/คู่ค้า | เยียวยาได้ภายในระยะเวลาปานกลาง โดยต้องมีแผนแก้ไข ชดเชย สื่อสาร หรือปรับปรุงกระบวนการอย่างเป็นระบบ |
| 2 | ต่ำ | ส่งผลกระทบจำกัด เป็นเหตุการณ์เฉพาะรายหรือเฉพาะจุด กระทบสิทธิหรือความไม่สะดวกในระดับเล็กน้อย สามารถแก้ไขได้โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในระยะเวลาสั้น | กระทบเฉพาะบุคคลหรือกลุ่มเล็กในพื้นที่จำกัด เช่น เฉพาะสาขาเดียว เหตุการณ์เดียว หรือคู่ค้ารายเดียว | เยียวยาได้ภายในระยะเวลาที่รวดเร็ว ผ่านการแก้ไขเฉพาะจุด การชี้แจง การขอโทษ การชดเชย หรือการปรับปรุงขั้นตอน |
| 1 | ต่ำมาก | ผลกระทบเล็กน้อยมาก ไม่มีผลกระทบที่มีนัยสำคัญต่อสุขภาพ ความปลอดภัย ศักดิ์ศรี ความเป็นส่วนตัว หรือสิทธิของผู้มีส่วนได้เสีย และสามารถแก้ไขได้ทันที | กระทบเฉพาะรายบุคคลจำนวนน้อยมาก และไม่มีการขยายผลไปยังกลุ่มอื่น | เยียวยาได้ทันทีหรือเกือบทันที และไม่มีผลกระทบตกค้างต่อผู้ได้รับผลกระทบ |
โอกาสที่อาจเกิดขึ้น
| คะแนน | ระดับ | โอกาสที่อาจเกิดขึ้น |
|---|---|---|
| 5 | สูงมาก | มีโอกาสเกิดสูงมากจากลักษณะกิจกรรมที่เกิดขึ้นเป็นประจำ มีความถี่สูง มีผู้มีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องจำนวนมาก หรือเป็นกิจกรรมที่โดยธรรมชาติมีโอกาสก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนสูง เช่น เกิดขึ้นทุกปี หรือมี exposure ในวงกว้าง |
| 4 | สูง | มีโอกาสเกิดสูง เนื่องจากกิจกรรมเกิดบ่อย เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน หลายสาขา หลายพื้นที่ คู่ค้าหรือบุคคลภายนอกจำนวนมาก หรือเคยเกิดเหตุการณ์ในอดีตเป็นระยะ เช่น ทุก 1–3 ปี |
| 3 | ปานกลาง | มีโอกาสเกิดเป็นครั้งคราว กิจกรรมมีความเกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้เสียในระดับปานกลาง หรือเคยมีเหตุการณ์ ข้อร้องเรียน หรือประเด็นที่เกี่ยวข้องเกิดขึ้นนาน ๆ ครั้ง เช่น ทุก 4–7 ปี |
| 2 | ต่ำ | มีโอกาสเกิดต่ำ เนื่องจากกิจกรรมเกิดไม่บ่อย มีผู้มีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องจำกัด หรือเคยเกิดเหตุการณ์น้อยมาก เช่น เคยเกิดในช่วง 8–10 ปี |
| 1 | ต่ำมาก | มีโอกาสเกิดต่ำมาก กิจกรรมมีความถี่ต่ำมาก มีผู้มีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องน้อยมาก หรือไม่เคยเกิดเหตุการณ์ในอดีต/เกิดนานกว่า 10 ปี |
การจัดระดับความเสี่ยง
หมายเหตุ:
- สำหรับการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน หากประเด็นใดเข้าเงื่อนไข Severity Priority และคะแนนตาม Risk Matrix ยังไม่ถึงระดับสูง ให้จัดระดับเป็น “High by Severity”
- เงื่อนไข Severity Priority ได้แก่ Impact Score = 5, Remediability = 5, Scale = 5 และ Remediability อย่างน้อย 4 และ Scope อย่างน้อย 3
กำหนดมาตรการบรรเทาผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน

เมื่อบริษัทฯ ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนเรียบร้อยแล้ว บริษัทฯ จะดำเนินการหามาตรการในการจัดการผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน โดยมุ่งเน้นการลดและควบคุมผลกระทบเชิงลบให้อยู่ในระดับต่ำที่สุดหรือไม่เกิดขึ้นเลย ทั้งนี้ บริษัทฯ จัดให้มีแนวทางในการประสานงานกับผู้ที่ได้รับผลกระทบ หรือผู้ที่อาจจะได้รับผลกระทบโดยตรง เช่น พนักงาน พันธมิตรทางธุรกิจ คู่ค้า ผู้รับเหมา ลูกค้า ชุมชนและสังคม เพื่อเข้าจัดการผลกระทบและทำการแก้ไขปัญหาทางด้านสิทธิมนุษยชน
การติดตามและทบทวนผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน

บริษัทฯ ดำเนินการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำประเด็นเหล่านั้นมาทบทวนอย่างสม่ำเสมอทุกปี เนื่องจากประเด็นความเสี่ยงอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้จากกิจกรรม/กระบวนการทางธุรกิจและกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่เปลี่ยนไป นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดตัวชี้วัดสำหรับติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ พร้อมทั้งรายงานผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนเป็นประจำทุกปีผ่านแบบ 56-1 one report หรือเว็บไซต์ของบริษัทฯ
การเยียวยา
บริษัทฯ มีมาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนในรูปแบบความช่วยเหลือทั้งด้านการเงินและด้านอื่นๆ ที่ไม่ใช่การเงิน ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการโดนละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึงแสวงหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวซ้ำ อาทิ การทบทวนนโยบายหรือกระบวนการทำงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการฝึกอบรมพนักงาน ตลอดจนสื่อสารไปยังกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง และติดตามมาตรการเยียวยาต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นใจว่า บริษัทฯ มีการดำเนินธุรกิจอย่างเคารพต่อสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านตลอดห่วงโซ่คุณค่า รวมถึงมีแนวทางในการป้องกันความเสี่ยงจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม
ทั้งนี้หากมีกรณีการละเมิดด้านสิทธิมนุษยชน บริษัทฯ จะดำเนินการตามกระบวนการสอบสวนอย่างเป็นธรรม และมีมาตรการในการลงโทษตามระเบียบและข้อบังคับของบริษัทฯ ดังนี้
การตักเตือนด้วยวาจา
การตักเตือนด้วยลายลักษณ์อักษร
การพักงาน
การไล่ออก
ผลการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน
บริษัทฯ ได้ประเมินประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านตามเกณฑ์การประเมินความเสี่ยงที่กำหนด โดยในปี 2568 บริษัทฯ ได้ระบุประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนจำนวน 17 ประเด็น ซึ่งครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียหลักตลอดห่วงโซ่คุณค่า ได้แก่ พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ผู้รับเหมา แรงงานในห่วงโซ่อุปทาน ชุมชนและสังคม รวมถึงกลุ่มเปราะบางที่อาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
จากผลการประเมิน บริษัทฯ ได้พิจารณาระดับความร้ายแรงด้านสิทธิมนุษยชนและโอกาสที่จะเกิดขึ้น เพื่อระบุประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนสำคัญ (Salient Human Rights Issues) และนำมาจัดกลุ่มเป็นจำนวน 4 ประเด็นหลัก ดังนี้
01
02
03
04
บริษัทฯ ได้นำผลการประเมินดังกล่าวมาวิเคราะห์ปัจจัยความเสี่ยง กำหนดมาตรการและแนวทางป้องกัน รวมถึงแนวทางการเยียวยาที่เหมาะสม โดยบูรณาการมาตรการดังกล่าวเข้ากับกระบวนการดำเนินธุรกิจและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดโอกาสเกิดเหตุการณ์ ลดระดับความร้ายแรงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้มีส่วนได้เสีย และสนับสนุนการติดตามการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายละเอียด ดังนี้
| สถานการณ์/เหตุการณ์ความเสี่ยง | ปัจจัยเสี่ยง | มาตรการ/แนวทางป้องกัน | แนวทางการเยียวยา |
|---|---|---|---|
| การบาดเจ็บ/เจ็บป่วยของพนักงาน คู่ค้า และชุมชน |
|
|
|
| สินค้าและบริการที่ไม่ปลอดภัย/ไม่มีคุณภาพ |
|
|
|
| ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล |
|
|
|
| การเลือกปฏิบัติและการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสีย (พนักงาน, ลูกค้า, และแรงงานในห่วงโซ่อุปทาน) อย่างไม่เป็นธรรม |
|
|
|
สำหรับปี 2568 บริษัทฯ ไม่มีข้อร้องเรียนด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชน บริษัทฯ จึงไม่มีมาตรการเยียวยาและการแก้ไขที่จำเป็น

ทั้งนี้ หากพบเห็นเหตุการณ์ที่อาจเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน สามารถแจ้งต่อบริษัทได้ตามรายละเอียด ดังต่อไปนี้
ช่องทางการร้องเรียนกรณีพบเห็นเหตุการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชน




