การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
SDGs 3: สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี SDGs 8: งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ SDGs 10: ลดความเหลื่อมล้ำ SDGs 16: ความสงบสุขยุติธรรมและสถาบันเข้มแข็ง

ความมุ่งมั่น

  • มุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและเคารพสิทธิมนุษยชนต่อผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายสอดคล้องกับมาตรฐานสากล ปฏิบัติตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights : UDHR) ข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact : UNGC) หลักการว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (UN Guiding Principles on Business and Human Rights : UNGP) รวมถึงการสนับสนุนสิทธิเด็ก (Children's Rights and Business Principles)
  • บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบูรณาการหลักการดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการกำกับดูแลกิจการ นโยบายองค์กร และแนวปฎิบัติในการดำเนินธุรกิจ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชน พร้อมทั้งส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเท่าเทียม และความเป็นธรรมในทุกมิติ
  • ธนจิรา กรุ๊ป เชื่อมั่นว่าการยึดมั่นในหลักสิทธิมนุษยชนเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน และเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างคุณค่าในระยะยาวให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

เป้าหมาย
  • ไม่มีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน
ผลการดำเนินงานในปี 2568

การอบรมด้านสิทธิมนุษยชนแก่พนักงานขายเพื่อสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างเหมาะสมและลดความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน

การทบทวนความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านของบริษัท

ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ

การดำเนินธุรกิจของบริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการเคารพและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและสิทธิแรงงานขั้นพื้นฐานของผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน ผู้รับเหมา คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ ตลอดจนชุมชนที่บริษัทเข้าไปดำเนินธุรกิจ โดยยึดมั่นในหลักจรรยาบรรณองค์กร กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี

บริษัทฯ ตระหนักว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชน เช่น การเลือกปฎิบัติ การคุกคาม การใช้แรงงาเด็ก หรือแรงงานบังคับ อาจนำไปสู่ความเสี่ยงทางกฎหมาย ค่าปรับ การฟ้องร้อง ตลอดจนกระทบต่อชื่อเสียงและความเชื่อมั่นของแบรนด์ในระยะยาว ดังนั้น บริษัทฯ จึงกำหนดนโยบายและแนวปฎิบัติที่ชัดเจนในการป้องกันและบริหารจัดการความเสี่ยงดังกล่าวอย่างเป็นระบบ

แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า

การส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นธรรมและปลอดภัย

บริษัทฯ มุ่งมั่นสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และปราศจากการเลือกปฎิบัติในทุกรูปแบบ โดยส่งเสริมความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วมในองค์กร (Diversity, Equity & Inclusion) โดยบริษัทให้ความสำคัญกับ

การจ่ายค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรมและเหมาะสม
ความเท่าเทียมทางเพศและโอกาสในการเติบโตในสายอาชีพ
การป้องกันการล่วงละเมิด การข่มขู่ และการคุกคามในสถานที่ทำงาน
มาตรฐานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

แนวทางดังกล่าวช่วยเสริมสร้างความผูกพันของพนักงาน ลดอัตราการลาออก และสนับสนุนการพัฒนาทุนมนุษย์อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตในระยะยาว

การยกระดับมาตรฐานในห่วงโซ่อุปทาน

ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจและบริหารแบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลก บริษัทฯ ตระหนักถึงความรับผิดชอบในการส่งเสริมให้คู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจยึดมั่นในหลักสิทธิมนุษยชนและแนวปฎิบัติด้านแรงงานที่เป็นธรรม

บริษัทฯ กำหนดหลักเกณฑ์และความคาดหวังด้านจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับคู่ค้า พร้อมส่งเสริมการประเมินและติดตามความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจตลอดกระบวนการมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

การบริหารจัดการผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน

บริษัทฯ ดำเนินการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน ทั้งที่เกิดขึ้นจริงและที่อาจเกิดขึ้น ครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม พร้อมกำหนดมาตรการป้องกัน แก้ไข และเยียวยาอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้จัดให้มีกลไกรับข้อร้องเรียนที่เป็นธรรม โปร่งใส และเข้าถึงได้ เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานและผู้มีส่วนได้เสียสามารถสะท้อนข้อกังวลได้โดยไม่ต้องกังวลต่อการถูกตอบโต้

การเชื่อมโยงสิทธิมนุษยชนกับมิติสิ่งแวดล้อมและชุมชน

บริษัทฯ ตระหนักว่าสิทธิมนุษยชนครอบคลุมถึงสิทธิของชุมชนและสิ่งแวดล้อม โดยให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การลดของเสีย การสนับสนุนแนวปฎิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบ

แนวทางดังกล่าว ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงด้านกฎหมายและข้อขัดแย้งทางสังคม แต่ยังเสริมสร้างความไว้วางใจจากลูกค้า นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างมีความรับผิดชอบ

การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน

การกำหนดขอบเขต

บริษัทฯ กำหนดขอบเขตกระบวนการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านให้คลอบคลุมทั้งภายในองค์กร และตลอดห่วงโช่คุณค่าของบริษัทฯ รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม และกลุ่มเปราะบาง เช่น สตรี เด็ก ชนกลุ่มน้อย ชนพื้นเมือง แรงงานข้ามชาติ แรงงานที่ว่าจ้างผ่านบุคคลที่สาม ผู้พิการ เพศทางเลือก ผู้สูงอายุ และสตรีตั้งครรภ์ โดยพิจารณาประเด็นสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สิทธิแรงงาน สิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อม สิทธิคู่ค้า และสิทธิลูกค้า เพื่อให้คลอบคลุมประเด็นสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางธุรกิจอย่างรอบด้าน

การระบุประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน

บริษัทฯ ดำเนินการระบุประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางธุรกิจอย่างรอบด้าน ทั้งที่เกิดขึ้นจริง (Actual Risk) และอาจเกิดขึ้น (Potential Risk) จากกระบวนการทางธุรกิจ และเกิดขึ้นผ่านการดำเนินกิจการของคู่ค้า ผู้รับเหมา หรือบริษัทร่วมค้า ซึ่งสามารถก่อให้เกิดการร่วมกระทำความผิดในการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึงทบทวนแนวโน้มประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนของกลุ่มธุรกิจเดียวกัน แล้วนำมาจัดกลุ่มประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อจัดทำเป็นรายการตรวจสอบประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ แล้วจึงมอบหมายให้ฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้น

การระบุขอบเขตประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน

สิทธิด้านแรงงาน

อาชีวอนามัย สภาพแวดล้อม และความปลอดภัยในที่ทำงาน, การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม, การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน

สิทธิด้านชุมชนและสิ่งแวดล้อม

อาชีวอนามัย สภาพแวดล้อม และความปลอดภัย

สิทธิด้านลูกค้า

การละเมิดความเป็นส่วนบุคคล, การเลือกปฏิบัติต่อลูกค้า, คุณภาพ สุขภาพและความปลอดภัยของสินค้าและบริการ

สิทธิด้านคู่ค้า

อาชีวอนามัย สภาพแวดล้อม และความปลอดภัย, การปฏิบัติต่อคู่ค้าอย่างไม่เป็นธรรม, การใช้แรงงานผิดกฎหมาย

การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน

บริษัทประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนโดยพิจารณาจากผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า รวมถึงพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ผู้รับเหมา แรงงานในห่วงโซ่อุปทาน ชุมชนและสังคม ตลอดจนกลุ่มเปราะบางที่อาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจของบริษัท

การประเมินความเสี่ยงพิจารณาจาก 2 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ ระดับผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน และโอกาสที่จะเกิดขึ้น โดยระดับผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนพิจารณาจากขนาดของผลกระทบ ขอบเขตของผู้ได้รับผลกระทบ และความสามารถในการเยียวยา ทั้งนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับประเด็นที่มีระดับผลกระทบรุนแรงหรือเยียวยาได้ยาก แม้โอกาสเกิดอาจอยู่ในระดับต่ำ

ระดับความรุนแรง
คะแนน ระดับ ระดับของผลกระทบ จำนวน/ขอบเขตของผู้ได้รับผลกระทบ ความสามารถในการเยียวยา
5 สูงมาก ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อชีวิต ความปลอดภัย เสรีภาพ ศักดิ์ศรี ความเป็นส่วนตัว หรือสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ได้รับผลกระทบ เช่น เสียชีวิต บาดเจ็บรุนแรง การใช้แรงงานเด็ก/แรงงานบังคับ การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวในวงกว้าง หรือการเลือกปฏิบัติอย่างร้ายแรง กระทบผู้มีส่วนได้เสียเป็นวงกว้างระดับบริษัท หลายแบรนด์ หลายสาขา หลายพื้นที่ หรือกระทบกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียเกือบทั้งหมดในกลุ่มนั้น ไม่สามารถเยียวยาให้กลับสู่สภาพเดิมได้ หรือมีผลกระทบถาวร/ระยะยาว เช่น เสียชีวิต บาดเจ็บถาวร การละเมิดศักดิ์ศรีอย่างร้ายแรง ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวรั่วไหลในวงกว้าง หรือการละเมิดสิทธิแรงงานขั้นร้ายแรง
4 สูง ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อสุขภาพ ความปลอดภัย ความเป็นอยู่ รายได้ ความเป็นส่วนตัว หรือการได้รับบริการอย่างเป็นธรรม ต้องมีการแก้ไขจริงจัง อาจเกิดข้อร้องเรียนหรือการตรวจสอบจากหน่วยงานภายนอก กระทบผู้มีส่วนได้เสียจำนวนมาก หรือหลายหน่วยงาน/หลายสาขา/หลายพื้นที่ หรือกระทบกลุ่มเปราะบางอย่างมีนัยสำคัญ เยียวยาได้ยาก ใช้เวลานาน ต้องอาศัยหลายหน่วยงาน หรืออาจยังคงมีผลกระทบตกค้างต่อผู้เสียหาย เช่น ความเสียหายต่อชื่อเสียง ความไว้วางใจ สุขภาพ หรือความเป็นส่วนตัว
3 ปานกลาง ส่งผลกระทบต่อสิทธิหรือความเป็นอยู่ของผู้มีส่วนได้เสียในระดับที่รับรู้ได้ชัดเจน แต่ยังไม่ถึงขั้นร้ายแรง สามารถแก้ไขได้ผ่านกระบวนการภายใน เช่น การเยียวยา การปรับปรุงบริการ การแก้ไขข้อมูล หรือการปรับปรุงสภาพแวดล้อม กระทบผู้มีส่วนได้เสียจำนวนหนึ่งในบางหน่วยงาน บางสาขา บางพื้นที่ หรือบางกลุ่มลูกค้า/คู่ค้า เยียวยาได้ภายในระยะเวลาปานกลาง โดยต้องมีแผนแก้ไข ชดเชย สื่อสาร หรือปรับปรุงกระบวนการอย่างเป็นระบบ
2 ต่ำ ส่งผลกระทบจำกัด เป็นเหตุการณ์เฉพาะรายหรือเฉพาะจุด กระทบสิทธิหรือความไม่สะดวกในระดับเล็กน้อย สามารถแก้ไขได้โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในระยะเวลาสั้น กระทบเฉพาะบุคคลหรือกลุ่มเล็กในพื้นที่จำกัด เช่น เฉพาะสาขาเดียว เหตุการณ์เดียว หรือคู่ค้ารายเดียว เยียวยาได้ภายในระยะเวลาที่รวดเร็ว ผ่านการแก้ไขเฉพาะจุด การชี้แจง การขอโทษ การชดเชย หรือการปรับปรุงขั้นตอน
1 ต่ำมาก ผลกระทบเล็กน้อยมาก ไม่มีผลกระทบที่มีนัยสำคัญต่อสุขภาพ ความปลอดภัย ศักดิ์ศรี ความเป็นส่วนตัว หรือสิทธิของผู้มีส่วนได้เสีย และสามารถแก้ไขได้ทันที กระทบเฉพาะรายบุคคลจำนวนน้อยมาก และไม่มีการขยายผลไปยังกลุ่มอื่น เยียวยาได้ทันทีหรือเกือบทันที และไม่มีผลกระทบตกค้างต่อผู้ได้รับผลกระทบ
โอกาสที่อาจเกิดขึ้น
คะแนน ระดับ โอกาสที่อาจเกิดขึ้น
5 สูงมาก มีโอกาสเกิดสูงมากจากลักษณะกิจกรรมที่เกิดขึ้นเป็นประจำ มีความถี่สูง มีผู้มีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องจำนวนมาก หรือเป็นกิจกรรมที่โดยธรรมชาติมีโอกาสก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนสูง เช่น เกิดขึ้นทุกปี หรือมี exposure ในวงกว้าง
4 สูง มีโอกาสเกิดสูง เนื่องจากกิจกรรมเกิดบ่อย เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน หลายสาขา หลายพื้นที่ คู่ค้าหรือบุคคลภายนอกจำนวนมาก หรือเคยเกิดเหตุการณ์ในอดีตเป็นระยะ เช่น ทุก 1–3 ปี
3 ปานกลาง มีโอกาสเกิดเป็นครั้งคราว กิจกรรมมีความเกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้เสียในระดับปานกลาง หรือเคยมีเหตุการณ์ ข้อร้องเรียน หรือประเด็นที่เกี่ยวข้องเกิดขึ้นนาน ๆ ครั้ง เช่น ทุก 4–7 ปี
2 ต่ำ มีโอกาสเกิดต่ำ เนื่องจากกิจกรรมเกิดไม่บ่อย มีผู้มีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องจำกัด หรือเคยเกิดเหตุการณ์น้อยมาก เช่น เคยเกิดในช่วง 8–10 ปี
1 ต่ำมาก มีโอกาสเกิดต่ำมาก กิจกรรมมีความถี่ต่ำมาก มีผู้มีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องน้อยมาก หรือไม่เคยเกิดเหตุการณ์ในอดีต/เกิดนานกว่า 10 ปี
การจัดระดับความเสี่ยง

หมายเหตุ:

  • สำหรับการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน หากประเด็นใดเข้าเงื่อนไข Severity Priority และคะแนนตาม Risk Matrix ยังไม่ถึงระดับสูง ให้จัดระดับเป็น “High by Severity”
  • เงื่อนไข Severity Priority ได้แก่ Impact Score = 5, Remediability = 5, Scale = 5 และ Remediability อย่างน้อย 4 และ Scope อย่างน้อย 3

กำหนดมาตรการบรรเทาผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน

เมื่อบริษัทฯ ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนเรียบร้อยแล้ว บริษัทฯ จะดำเนินการหามาตรการในการจัดการผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน โดยมุ่งเน้นการลดและควบคุมผลกระทบเชิงลบให้อยู่ในระดับต่ำที่สุดหรือไม่เกิดขึ้นเลย ทั้งนี้ บริษัทฯ จัดให้มีแนวทางในการประสานงานกับผู้ที่ได้รับผลกระทบ หรือผู้ที่อาจจะได้รับผลกระทบโดยตรง เช่น พนักงาน พันธมิตรทางธุรกิจ คู่ค้า ผู้รับเหมา ลูกค้า ชุมชนและสังคม เพื่อเข้าจัดการผลกระทบและทำการแก้ไขปัญหาทางด้านสิทธิมนุษยชน

การติดตามและทบทวนผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน

บริษัทฯ ดำเนินการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำประเด็นเหล่านั้นมาทบทวนอย่างสม่ำเสมอทุกปี เนื่องจากประเด็นความเสี่ยงอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้จากกิจกรรม/กระบวนการทางธุรกิจและกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่เปลี่ยนไป นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดตัวชี้วัดสำหรับติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ พร้อมทั้งรายงานผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนเป็นประจำทุกปีผ่านแบบ 56-1 one report หรือเว็บไซต์ของบริษัทฯ

การเยียวยา

บริษัทฯ มีมาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนในรูปแบบความช่วยเหลือทั้งด้านการเงินและด้านอื่นๆ ที่ไม่ใช่การเงิน ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการโดนละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึงแสวงหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวซ้ำ อาทิ การทบทวนนโยบายหรือกระบวนการทำงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการฝึกอบรมพนักงาน ตลอดจนสื่อสารไปยังกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง และติดตามมาตรการเยียวยาต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นใจว่า บริษัทฯ มีการดำเนินธุรกิจอย่างเคารพต่อสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านตลอดห่วงโซ่คุณค่า รวมถึงมีแนวทางในการป้องกันความเสี่ยงจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม

ทั้งนี้หากมีกรณีการละเมิดด้านสิทธิมนุษยชน บริษัทฯ จะดำเนินการตามกระบวนการสอบสวนอย่างเป็นธรรม และมีมาตรการในการลงโทษตามระเบียบและข้อบังคับของบริษัทฯ ดังนี้

การตักเตือนด้วยวาจา
การตักเตือนด้วยลายลักษณ์อักษร
การพักงาน
การไล่ออก

ผลการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน

บริษัทฯ ได้ประเมินประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านตามเกณฑ์การประเมินความเสี่ยงที่กำหนด โดยในปี 2568 บริษัทฯ ได้ระบุประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนจำนวน 17 ประเด็น ซึ่งครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียหลักตลอดห่วงโซ่คุณค่า ได้แก่ พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ผู้รับเหมา แรงงานในห่วงโซ่อุปทาน ชุมชนและสังคม รวมถึงกลุ่มเปราะบางที่อาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ

จากผลการประเมิน บริษัทฯ ได้พิจารณาระดับความร้ายแรงด้านสิทธิมนุษยชนและโอกาสที่จะเกิดขึ้น เพื่อระบุประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนสำคัญ (Salient Human Rights Issues) และนำมาจัดกลุ่มเป็นจำนวน 4 ประเด็นหลัก ดังนี้

01
สุขภาพ ความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของพนักงาน คู่ค้า และชุมชน
02
ความปลอดภัยและคุณภาพของสินค้า อาหาร และบริการ
03
ความเป็นส่วนตัวและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
04
สิทธิแรงงานและการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมต่อผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทฯ ได้นำผลการประเมินดังกล่าวมาวิเคราะห์ปัจจัยความเสี่ยง กำหนดมาตรการและแนวทางป้องกัน รวมถึงแนวทางการเยียวยาที่เหมาะสม โดยบูรณาการมาตรการดังกล่าวเข้ากับกระบวนการดำเนินธุรกิจและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดโอกาสเกิดเหตุการณ์ ลดระดับความร้ายแรงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้มีส่วนได้เสีย และสนับสนุนการติดตามการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายละเอียด ดังนี้

สถานการณ์/เหตุการณ์ความเสี่ยง ปัจจัยเสี่ยง มาตรการ/แนวทางป้องกัน แนวทางการเยียวยา
การบาดเจ็บ/เจ็บป่วยของพนักงาน คู่ค้า และชุมชน
  • อุบัติเหตุจากสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ไม่เหมาะสม
  • การไม่มีอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยที่เหมาะสมระหว่างการทำงาน
  • จำนวนชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานเกินไป
  • อุบัติเหตุจากการขนส่งสินค้าที่อาจกระทบต่อชุมชนหรือผู้ใช้ถนน
  • กำหนดแนวทางด้านอาชีวอนามัย ความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
  • สื่อสารและอบรมพนักงาน/ผู้เกี่ยวข้องเพื่อให้ตระหนักถึงอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน
  • กำกับดูแลการปฏิบัติงานของคู่ค้าและผู้รับเหมาในพื้นที่บริษัทให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อบังคับที่ระบุไว้อย่างเคร่งครัด
  • ติดตามเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย และการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานให้เหมาะสม
  • ให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบตามความเหมาะสม
  • ตรวจสอบข้อเท็จจริงและสาเหตุของเหตุการณ์
  • กำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ รวมถึงติดตามผลการดำเนินการแก้ไข
สินค้าและบริการที่ไม่ปลอดภัย/ไม่มีคุณภาพ
  • คุณภาพของวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารไม่เป็นไปตามมาตรฐาน หรือไม่ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค ซึ่งอาจเกิดจากการคัดเลือกวัตถุดิบ การจัดเก็บ การควบคุมคุณภาพ การให้บริการ หรือการกำกับดูแลคู่ค้า/ผู้จัดจำหน่ายที่เกี่ยวข้อง
  • กำหนดมาตรฐานคุณภาพสินค้า อาหาร วัตถุดิบ และบริการ การคัดเลือกและประเมินคู่ค้า/ผู้จัดจำหน่าย
  • ตรวจสอบคุณภาพของสินค้า อาหาร วัตถุดิบก่อนจำหน่ายหรือให้บริการ
  • อบรมพนักงานที่เกี่ยวข้องให้ตระหนักถึงความสำคัญของการส่งมอบสินค้า บริการ และอาหารที่มีคุณภาพและปลอดภัยต่อผู้บริโภค
  • ติดตามข้อร้องเรียนจากลูกค้าเพื่อนำไปปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • รับเรื่องร้องเรียนและตรวจสอบข้อเท็จจริง
  • ดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เช่น เปลี่ยนสินค้า คืนเงิน ชดเชย หรือเรียกคืนสินค้าตามความเหมาะสม รวมถึงปรับปรุงกระบวนการควบคุมคุณภาพและสื่อสารกับลูกค้าหรือผู้ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสม
ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล
  • การเก็บ ใช้ เปิดเผย หรือจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานและลูกค้าไม่เหมาะสม ส่งผลให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยไม่ได้รับอนุญาต
  • การใช้ข้อมูลผิดวัตถุประสงค์
  • ความผิดพลาดจากระบบและบุคลากร
  • กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  • จำกัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลตามความจำเป็น
  • รักษาความปลอดภัยของระบบสารสนเทศ
  • อบรมและสร้างความตระหนักให้พนักงานเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  • กำกับดูแลการใช้ข้อมูลให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่เหมาะสม
  • ดำเนินการควบคุมและระงับเหตุการณ์ทันทีเมื่อพบความผิดปกติ
  • ตรวจสอบสาเหตุและขอบเขตผลกระทบ
  • แจ้งผู้เกี่ยวข้องหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามความเหมาะสม
  • ดำเนินการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
  • ปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล
การเลือกปฏิบัติและการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสีย (พนักงาน, ลูกค้า, และแรงงานในห่วงโซ่อุปทาน) อย่างไม่เป็นธรรม
  • การมีแนวปฏิบัติด้านการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ ที่ไม่ชัดเจน
  • การขาดความตระหนักของพนักงาน
  • ความสัมพันธ์ส่วนบุคคล/ทัศนคติส่วนบุคคลที่อาจส่งผลต่อการปฏิบัติงาน
  • กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติด้านการไม่เลือกปฏิบัติ การปฏิบัติต่อพนักงาน ลูกค้า และคู่ค้าอย่างเป็นธรรม
  • อบรมพนักงานที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการลูกค้า
  • สื่อสารจรรยาบรรณคู่ค้าและความคาดหวังด้านสิทธิมนุษยชน
  • คัดกรองและติดตามคู่ค้าในประเด็นแรงงานที่สำคัญ
  • เปิดช่องทางรับเรื่องร้องเรียนและข้อกังวลจากผู้มีส่วนได้เสีย
  • ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นธรรม
  • ดำเนินการแก้ไขหรือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบตามความเหมาะสม
  • ดำเนินมาตรการทางวินัยหรือทบทวนความสัมพันธ์กับคู่ค้าในกรณีที่พบการละเมิดอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับปี 2568 บริษัทฯ ไม่มีข้อร้องเรียนด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชน บริษัทฯ จึงไม่มีมาตรการเยียวยาและการแก้ไขที่จำเป็น

ทั้งนี้ หากพบเห็นเหตุการณ์ที่อาจเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน สามารถแจ้งต่อบริษัทได้ตามรายละเอียด ดังต่อไปนี้

ช่องทางการร้องเรียนกรณีพบเห็นเหตุการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชน

บริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
ที่อยู่: 999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ห้องเลขที่ โอเอฟเอ็มเอช 2807 และ โอเอฟเอ็มเอช 2812 ชั้น 28 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
เว็บไซต์: www.tanachira.co.th

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

พนักงาน
พนักงาน
ลูกค้า
ลูกค้า
คู่ค้า
คู่ค้า
ชุมชนและสังคม
ชุมชนและสังคม