การบริหารจัดการพลังงานและการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ในไตรมาส 2/2569 ธนจิรา กรุ๊ป ดำเนินการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การดำเนินธุรกิจคาร์บอนต่ำ โดยในปี 2569 บริษัทฯ ดำเนินการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ณ คลังสินค้าของบริษัท HARNN Global Co.,Ltd. บริษัทฯ ในเครือของ ธนจิรา กรุ๊ป
โครงการดังกล่าวเป็นระบบ Solar Rooftop แบบเชื่อมต่อกับระบบสายส่งไฟฟ้า (On-Grid) ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 12.240 กิโลวัตต์พีก (kWp) ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญภายใต้แผนงานด้าน Climate Action และ Green Operations ของกลุ่มบริษัทฯ สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจแบบ High Purpose Organization ที่มุ่งสร้างคุณค่าด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมในระยะยาว
จากข้อมูลการใช้ไฟฟ้าของคลังสินค้าในปี 2568 ที่ผ่านมา มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าประมาณ 45,830 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี (kWh/ปี) คาดว่าระบบ Solar Rooftop จะสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้ประมาณ 18,000 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 39.27 ของปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวมของอาคาร ส่งผลให้สามารถลดการใช้ไฟฟ้าจากโครงข่ายไฟฟ้าและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานขององค์กร
ในด้านผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ (Financial Impact) บริษัทฯ คาดว่าจะสามารถ ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าได้ประมาณ 144,000 บาทต่อปี โดยประมาณการดังกล่าวอ้างอิงจากปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่ระบบสามารถผลิตได้และนำมาใช้ทดแทนการซื้อไฟฟ้าจากโครงข่าย ภายใต้สมมติฐานอัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยประมาณ 8 บาทต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง ทั้งนี้ ผลประหยัดที่เกิดขึ้นจริงอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามปริมาณการผลิตไฟฟ้าของระบบและอัตราค่าไฟฟ้าในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนการดำเนินงานและเสริมสร้างความคุ้มค่าของการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนในระยะยาว
ในด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact) บริษัทฯ คาดว่าจะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงานไฟฟ้า (Scope 2) ได้ประมาณ 9 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี (tCO₂e/ปี) ซึ่งสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร และการเปลี่ยนผ่านสู่การดำเนินธุรกิจที่มีความเข้มข้นของการปล่อยคาร์บอนต่ำ (Low-carbon Business)
การดำเนินโครงการดังกล่าวสะท้อนถึงการบูรณาการหลักการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) เข้าสู่การดำเนินธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพการดำเนินงาน การบริหารต้นทุน และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งสนับสนุนการสร้างคุณค่าระยะยาวให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร