การประเมินความเสี่ยงคู่ค้าประจำปี 2569

บริษัทได้ดำเนินการประเมินคู่ค้าสำคัญ (Key Suppliers) ตามหลัก ESG (Environmental, Social, Governance) เพื่อประเมินความพร้อมด้านความยั่งยืน ความเสี่ยงเชิงธุรกิจ และความสามารถในการสนับสนุนเป้าหมายด้าน Sustainability ขององค์กร
การประเมินครั้งนี้ใช้แนวทาง Risk-based Supplier Assessment โดยครอบคลุมคู่ค้ากลุ่ม OEM, Packaging และ Raw Material ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีผลต่อคุณภาพสินค้า ความต่อเนื่องของ Supply Chain และ Scope 3 Emissions ขององค์กร แบบประเมินนี้ครอบคลุมมิติการกำกับดูแล สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสิ้น 15 ข้อคำถาม และบริษัทได้กำหนดหลักเกณฑ์การให้คะแนนตั้งแต่ 0-2 ไว้อย่างชัดเจน เพื่อความโปร่งใส และความเป็นธรรมต่อการให้คะแนน โดยมีรายละเอียดการให้คะแนนและการระบุระดับความเสี่ยงของคู่ค้า ดังต่อไปนี้
| คะแนนรวม (%) | ระดับความเสี่ยง | ความหมาย |
|---|---|---|
| ≥ 80% | Low Risk | ผ่านเกณฑ์ |
| 60–79% | Medium Risk | ผ่านแบบมีเงื่อนไข |
| < 60% | High Risk | ต้องปรับปรุงก่อนอนุมัติ |
| ระดับ | ความหมาย | คะแนน |
|---|---|---|
| ปฏิบัติครบถ้วน มีหลักฐานชัดเจน | Fully implemented with documented evidence | 2 |
| ปฏิบัติบางส่วน / อยู่ระหว่างดำเนินการ | Partially implemented | 1 |
| ไม่ปฏิบัติ / ไม่มีหลักฐาน | Not implemented | 0 |
จากผลการประเมิน พบว่า
คะแนนเฉลี่ยของการประเมินความเสี่ยง คือ 28.27 คะแนนจากคะแนนเต็ม 30 คะแนน โดยคู่ค้าทั้ง 100% มีความรู้และการดำเนินการด้าน ESG (ESG Maturity) ในระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง (Basic to Moderate) โดยมีคะแนนในมิติสังคม (Social) สูงที่สุดเฉลี่ย 10.00 คะแนน รองลงมาได้แก่มิติสิ่งแวดล้อม (Environmental) มีคะแนนเฉลี่ย 9.36 คะแนน และมิติการกำกับดูแล (Governance) มีคะแนนเฉลี่ย 8.91 คะแนน
จากผลการประเมิน บริษัทพบว่าคู่ค้ามีโอกาสพัฒนาเพิ่มเติมในมิติการกำกับดูแล (Governance) มากที่สุดเมื่อเทียบกับมิติอื่น โดยเฉพาะด้านการกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานด้าน ESG (ESG requirement) ให้ครอบคลุมคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน การพัฒนาระบบกำกับดูแลด้าน ESG และการส่งเสริมให้คู่ค้ามีการบูรณาการแนวคิด ESG เข้าสู่การดำเนินงานอย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน แม้ว่าคะแนนด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) ของคู่ค้าส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับที่ดีสำหรับการปฏิบัติตามข้อกำหนดพื้นฐาน (Compliance-based Performance) แต่บริษัทยังคงเห็นโอกาสในการพัฒนาเพิ่มเติมสำหรับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมในเชิงกลยุทธ์ โดยเฉพาะการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การจัดการก๊าซเรือนกระจก การติดตามและบริหารจัดการการใช้พลังงาน และการกำหนดเป้าหมายรวมถึงตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate risk) และการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก Scope 3 ในอนาคต
ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ผลการประเมินทั้งหมด ไม่มีคู่ค้ารายใดที่มีความเสี่ยงสูง หรือได้คะแนนประเมินต่ำกว่า 60% (18 คะแนน) อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่มีคู่ค้ารายใดถูกจัดอยู่ในกลุ่ม High Risk แต่บริษัทยังคงมีมาตรการติดตามและพัฒนาคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดให้คู่ค้าที่มีคะแนนรวมต่ำกว่าคู่ค้ารายอื่นในกลุ่มเดียวกัน คู่ค้าที่มีโครงสร้างการกำกับดูแลด้าน ESG ยังไม่ชัดเจน หรือคู่ค้าที่ได้คะแนนต่ำกว่า 80% (8 คะแนน) ในแต่ละมิติ จะต้องจัดทำแผนการปรับปรุงการดำเนินงาน (Corrective Action Plan: CAP) และส่งให้บริษัทภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อยกระดับการกำกับดูแลด้าน ESG และลดความเสี่ยงต่อการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานในระยะยาว
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะดำเนินการตรวจประเมินคู่ค้าทั้งหมด 100% ภายในปี 2570 และได้กำหนดแนวทางพัฒนาคู่ค้าในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพราะตระหนักว่าคู่ค้าส่วนใหญ่ยังมีการดำเนินงานด้าน ESG ในระดับที่สอดคล้องกับกฎหมายและระเบียบข้อบังคับต่างๆ มากกว่าการบูรณาการ ESG เข้ากับกลยุทธ์ทางธุรกิจ บริษัทจึงมุ่งส่งเสริมความร่วมมือกับคู่ค้า เพื่อพัฒนาศักยภาพด้าน ESG เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับการพัฒนาอย่างยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่าขององค์กรในระยะยาว ทั้งนี้ บริษัทมีเป้าหมายในการพัฒนาระบบการบริหารจัดการคู่ค้าให้สอดคล้องกับแนวคิด Sustainable Supply Chain Management และดัชนีการประเมินความยั่งยืนขององค์กร (ESG Rating) ต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน ความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน และการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันระหว่างคู่ค้าและองค์กร